ฮาบิแทท กรุ๊ป ปักหมุดพัทยา เปิดตัวคอนโด Best Western Premier BayPhere Pattaya เน้นตอบโจทย์นักลงทุน!! ขณะไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเผย ตลาดพัทยายังคงขยายตัวจากโครงการพัฒนาของรัฐ

“ฮาบิแทท กรุ๊ป” โดย คุณชนินทร์ วานิชวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ดิเวลอปเปอร์ที่ก้าวมาจากการเป็นนักลงทุน   เลือกปักหมุด “พัทยา” เหตุมีการเติบโตในระดับโครงสร้าง อยู่ใกล้กรุงเทพฯ และอัตราการเข้าพักของนักท่องเที่ยวเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์สูงตลอดทั้งปี  เลือกที่ดินแปลงสวย แปลงสุดท้ายติดหาดนาจอมเทียน ขึ้นคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรซ์ Best Western Premier BayPhere Pattaya สร้างจุดขายดึงเชนนอกจากอเมริกา  “เบสท์ เวสเทิร์น” วางระบบบริหารจัดการการเช่ามาตรฐานระดับโรงแรม สร้างกำไรให้นักลงทุน

คุณชนินทร์  เผยว่า  “บริษัทฯ เป็นดิเวลอปเปอร์ที่มีแนวทางชัดเจน เราสร้างโปรดักส์ที่ดีเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ล่าสุดเตรียมเปิดตัวโครงการคอนโด สไตล์รีสอร์ท  ภายใต้ชื่อ  Best Western Premier BayPhere Pattaya เป็นหนึ่งในโครงการฯ ที่มีศักยภาพด้านการลงทุนที่ชัดเจน  กล่าวคือมีจุดเด่นหลายๆ ด้านทั้ง  ทำเลคุณภาพ Beachfront ริมหาดผืนสุดท้ายของนาจอมเทียน ซึ่งคุ้มค่ากับการลงทุน รวมถึงเป็นทำเลที่มีการพัฒนาหลายด้านพร้อมกัน เช่น การขยายเมือง, การขนส่ง, การท่องเที่ยว โดย คอนโด Best Western Premier BayPhere Pattaya มีระบบ Rental Management ซึ่งเป็นโปรแกรมการลงทุนที่ชัดเจน เสนอให้กับนักลงทุน โดยให้ผลตอบแทนแบบ “การันตีค่าเช่า 7% ต่อปี  เป็นระยะเวลานานถึง 5 ปี”,  บริหารโดย โรงแรม Best Western Premier จึงมั่นใจได้ว่าสินทรัพย์จะได้รับการดูแลเสมือนโรงแรมสี่ถึงห้าดาว ไม่ต้องกังวลเรื่องผู้เช่า หรือการซ่อมแซมห้อง, โครงการมูลค่ากว่า 700  ล้านบาท มอบหมายการขายให้กับ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  เริ่มต้น Pre Sale ในเดือน ก.ค. ทั้งนี้โครงการฯ ถือเป็นที่ดินติดหาดแปลงเล็ก ผืนสุดท้าย ขนาดรวม 1 ไร่ ทำเป็นคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรซ์ จำนวน 8 ชั้น มีเพียง 174 ยูนิต เริ่มต้น ที่ 3.2 ล้านบาท  หรือ เริ่มต้นตรม.ละ 107,000 บาท

กล่าวเพิ่มเติมว่า พัทยา เมืองขนาดเล็ก แต่ศักยภาพเติบโตค่อนข้างมาก และราคาไม่สูงเหมือนในกรุงเทพฯ สามารถสร้าง Capital Gain ให้กับนักลงทุนได้มาก โดยปัจจัยที่ทำให้เมืองเติบโต มีอยู่หลายปัจจัย ได้แก่ จำนวนนักท่องเที่ยวต่อปีสูงถึงสิบล้านคน  สนามบินอู่ตะเภาที่กำลังขยายอาคารผู้โดยสารที่จะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เป็นหลายล้านคน  เส้นมอเตอร์เวย์ เชื่อมต่อกรุงเทพไประยอง ในเวลาแค่หนึ่งชั่วโมงกว่า และระหว่างทางมีทางออกมายังถนนนาจอมเทียน โดยตรง ซึ่งใกล้กับโครงการ ทำให้การเดินทางสะดวก  และทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีทั้งนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ ทั้งคนไทยเอง และนักท่องเที่ยวในโซนเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และรัสเซีย ฯลฯ ทำให้พัทยามีข้อได้เปรียบในเรื่องของอัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ยสูงถึง 80 %  ซึ่งสร้างผลตอบแทนค่าเช่าที่สูงกว่ากรุงเทพฯ โดยแนวคิดของบริษัทฯ มองลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นนักลงทุน ซึ่งบริษัทเข้าใจในความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้  จึงสร้างโปรดักส์ให้เหมาะกับการลงทุนเป็นพิเศษ โดยแต่ละห้องจะตกแต่งให้ครบเป็น Fully Furnish มีส่วนกลางดูแล ปล่อยเช่า ไม่ต้องกังวลเรื่องการซ่อมแซม ซึ่งบริษัทฯ ได้เซ็นสัญญากับโรงแรมในตลาดต่างประเทศ “เบสเวสเทิร์น”  ที่มีชื่อเสียงด้านการบริหารจัดการมากว่า 70 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีระบบ Rental Management  โปรแกรมมอบผลตอบแทนนักลงทุน โดยการันตีผลตอบแทนค่าเช่า 7% ต่อปี  เป็นเวลานานถึง 5 ปี หลังจากปีที่ 5 แบ่งผลกำไร 60 / 40 หมายถึง ลูกค้ารับผลตอบแทน จากกำไรของการบริหารการเช่าถึง 60 % จากผลกำไรทั้งหมด   รวมถึงมูลค่าของสินทรัพย์ที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นในอนาตคด้วย  และได้รับสิทธิ์ในการพักผ่อนคอนโดฯ ที่มีระบบริหารจัดการแบบโรงแรมสี่ถึงห้าดาวได้ถึง 14 วันต่อปี”

            เหตุใดบริษัทฯ จึงเลือกพัฒนาแต่โครงการฯ ที่พัทยา ซึ่งเท่าที่ทราบช่วงหลังมีซัพพลายออกมาเยอะ? “พูดถึงคอนโดฯ พัทยา ทุกท่านอาจมองว่ามีเป็นหลักหมื่นยูนิต ถ้ามาดูในเซ็กเมนต์ ติดทะเล จริงๆ แล้ว  ไม่เกินห้าเปอร์เซ็นต์  แต่ละปี มีขึ้นไม่เกินสองถึงสามโครงการฯ เนื่องจากแปลงที่ดินหน้าหาดแทบจะไม่มีแล้ว และโปรดักส์เราแตกต่างจากคอนโดฯ อีกกว่าเก้าสิบเปอร์เซนต์ในตลาด นอกจากนี้ Best Western Premier BayPhere Pattaya  ยังมีจุดแข็งในด้าน1. โครงการฯ โลว์ไรซ์ติดทะเล  2. มีความหนาแน่นต่ำมาก และมี เพียง 174 ยูนิต 3. มีพื้นที่ส่วนกลางและ Facilities เทียบได้กับโครงการขนาดใหญ่  4. เป็นโปรดักส์ที่มีแบรนด์จากอเมริกา เบสเวสเทิร์น มาบริหารจัดการ ดูแลการเช่าให้กับนักลงทุน  5. ทางบริษัทฮาบิแทท กรุ๊ป  มีประสบการณ์ด้านบริหารการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นำเสนอโปรแกรมการลงทุนที่น่าสนใจ ทำให้ได้รับผลตอบแทนอย่างระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่ในตลาด และเป็นเซ็กเมนต์ที่ไม่มีคู่แข่งมากนัก”

 

คุณพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงครึ่งจากกรุงเทพ มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่า 9 ล้านคนต่อปี โดยเฉพาะจากประเทศรัสเซีย จีน อินเดีย ตะวันออกกลางและเอเชีย ปัจจุบันมีสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาซึ่งสามารถรองรับนักท่องเที่ยวบินตรงถึงพัทยาได้ เช่นจากสิงคโปร์ มาเก๊า กัวลาลัมเปอร์ หนานชาง หนานหนิง และประเทศจีน   “แนวโน้มของตลาดพัทยายังคงขยายตัวได้จากโครงการพัฒนาของรัฐ เช่น โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ซึ่งจะบริหารงานโดยองค์กรอิสระและเป็นการสนันสนุนการลงทุนภาคอุตสาหกรรม ซุปเปอร์คลัสเตอร์และ 10 กลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งคาดว่าจะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นภายในปี 2560 มากกว่า 500,000 ล้านบาท และยังมีนิคมอุตสาหกรรมอยู่ในระหว่างการเตรียมพัฒนานิคมอีก 11 นิคม ซึ่งเป็นการเพิ่มการลงทุนในพื้นที่ ทำให้เกิดการขยายตัวของการจ้างงานในภาคตะวันออก นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของรัฐบาล ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลให้พัทยาเป็นศูนย์กลางของพื้นที่บริเวณนี้ในการรองรับบุคคลที่จะเข้ามาทำงานในพื้นที่ รวมถึงการขยายตัวของนักท่องเที่ยวทั้งจากในพื้นที่ กรุงเทพฯและต่างประเทศ โดยโครงการ Best Western Premier BayPhere Pattaya เป็นโครงการหนึ่งที่น่าลงทุนสำหรับนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทน โดยโครงการนี้มีจุดเด่นคือ บริหารงานเช่าโดยโรงแรม Best Western Premier ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นที่ยอมรับในตลาดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ มีการบริหารจัดการและการบริหารงานเช่าได้มาตรฐานโลก อีกทั้งยัง “การันตีตอบแทนการเช่า 7% ต่อปี  เป็นระยะเวลา 5 ปี” การบริหารโครงการสำหรับเช่าในระยะยาวนี้จะช่วยลดปัญหาของนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนการเช่าในอนาคตได้เป็นอย่างดี ในขณะที่แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในพื้นที่จากโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกและแนวโน้มการขยายตัวของนักท่องเที่ยวจากทั้งในพื้นที่ กรุงเทพและต่างประเทศ ที่น่าจะเพิ่มขึ้นจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง ก็เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้โครงการนี้น่าสนใจสำหรับนักลงทุน

 MAP BAY NEW-01

ท้ายสุด Mr. Olivier Berrivin (มร.โอลิเวียร์ แบริแวง) Managing Director International Operation Asia ตัวแทน จาก Best Western ในฐานะ ผู้บริหารโรงแรม เผยว่า  ประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับแรกๆ ในใจนักท่องเที่ยวมาเป็นเวลานาน จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี จาก 24.8 ล้านคนในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 29.8 ล้านคนในปี 2558 และคาดว่าในปี 2559 นี้ จะเพิ่มขึ้นเป็น 32.5 ล้านคน นับเป็นการยืนยันถึงแนวโน้มทีดีขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้น กรุงเทพฯ ยังติด 1 ใน 10 เมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลกมาเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน และจากการสนับสนุนต่างๆ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง “ในมุมมองของชาวต่างชาติ พัทยามีชื่อเสียงในเรื่องความเป็นเมืองชายทะเล ความบันเทิง และสีสันยามราตรี ด้วยที่ตั้งที่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ง่ายต่อการขาย อีกทั้งการเปิดรับเที่ยวบินจากต่างประเทศของสนามบินอู่ตะเภา ยิ่งทำให้การเดินทางไปยังพัทยาสะดวกยิ่งขึ้น พัทยามีโรงแรมและรีสอร์ตที่หลากหลาย มีร้านอาหารทุกประเภท และยังมีห้างสรรพสินค้าชั้นนำ นอกจากนั้น พัทยายังเป็นที่ที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจ MICE การประชุมสัมมนาต่างๆ เนื่องจากมีสถานที่จัดประชุมที่ครบวงจรมากมาย”

“โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเบสท์เวสเทิร์นสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าอย่างเกินความคาดหมาย ด้วยต้นทุนในการบริหารงานที่ต่ำ แต่รับผลตอบแทนที่สูง นักเดินทางทั้งในกลุ่มธุรกิจและกลุ่มท่องเที่ยว ให้ความไว้วางใจในโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเบสท์เวสเทิร์นในด้านความสบายในการเข้าพัก และราคาที่คุ้มค่า ซึ่งเราเป็นผู้นำตลาดโรงแรมระดับกลางมานานถึง 7 ทศวรรษ

 

ทั้งนี้ เบสท์เวสเทิร์นเป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดและมีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา จึงมีลูกค้าประจำที่มาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะได้รับบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกันเหมือนที่เคยได้รับจากโรงแรมในเครือ เราอยู่ในเอเชียมานานถึง 15 ปีแล้ว และเป็นที่ยอมรับในตลาด ทั้งในไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และจีน ซึ่งนับเป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนโรงแรมของเรามากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้  นายชนินทร์ ประธาน “ฮาบิแทท กรุ๊ป”  กล่าวในตอนท้ายว่า  โครงการ Best Western Premier BayPhere Pattaya   จะเริ่มก่อสร้างไตรมาสสองปี 2017 แล้วเสร็จไตรมาสสี่ ปี 2018 พร้อมกำหนดจัดพรีเซลล์เร็วๆ นี้