ปีติสุขที่ย่านเอกมัย ใช้ชีวิตทุกสไตล์ที่ PITI EKKAMAI

แม้ผมเป็นผู้ชายสไตล์ช็อตคัท ร่างกายไม่สูงโปร่งเยี่ยงหุ่นนายแบบ แต่ก็อบอุ่นมีสไตล์ไม่ซ้ำใครฮะ ที่สำคัญมุมมองล้ำนำอนาคตเสมอ… ล่าสุดกำลังหาคอนโดฯ ขนาด 2 ห้องนอน สำหรับอยู่อาศัยกับรูมเมท (ภรรยา) และแม่เอลซ่าดั้งแบน (ลูกสาว) ครับ โดยมีเกณฑ์การคัดเลือกทำเลคือ… ต้องอยู่ใจกลางเมือง ครบครันรอบด้าน ทั้งเดินทางง่ายและชิดใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพราะคิดเผื่อวันข้างหน้ากรณีปล่อยเช่าด้วย (ก็บอกแล้วว่ามองการณ์ไกล)

และย่านถูกเผง… โดนใจก็คือ ‘เอกมัย’ ฮะ

ฉะนั้นวันนี้ผมจะขอสวมบทบาทเป็นไกด์พ่อลูกอ่อนนำพาเพื่อนๆ ที่สนใจในย่านนี้ได้ไปรู้จักซอกมุมของเอกมัยยิ่งขึ้น ก่อนก้าวเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยกัน เอ้า… ใครคือสายแข็งในหมวดต่อไปนี้ สแกนซิ ที่ใดบ้างที่เด็ดต้องใจกับไลฟ์สไตล์ของคุณ
สายครอบครัว
สำหรับคนรักครอบครัว (เยี่ยงผม) ย่านนี้ถือว่ามีแหล่งประเทืองปัญญาเยอะแยะ เหมาะยิ่งแก่การนำพาครอบครัวมาเปิดโลกทัศน์ ไม่ว่าจะเป็น ท้องฟ้าจำลอง สถานที่สุดคูล ซึ่งมาแล้วต้องชวนกันไปดูดาว หรือไม่ก็เหยาะความรู้เรื่องวิทยาศาตร์เข้าหัวสักนิด

Playtime (Park Lane สุขุมวิท 63) สวนสนุกสำหรับเด็กวัยตั้งแต่ 6 เดือน -14 ปี กับการออกแบบพื้นที่กิจกรรมเน้นเสริมสร้างพัฒนาการร่างกายและสมองเป็นหลัก

แต่ที่แฟร์เพลย์ต่อทุกวัยในครอบครัว ต้องยกให้กับศูนย์การค้า Gateway (ติดรถไฟฟ้าเอกมัย) เพราะนอกจากมีร้านค้าร้านอาหารต่างๆ ให้ช้อป ชิม ชิลล์ (เข้าทางภรรยา) ที่นี่ยังมีพื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็กๆ อีกเพียบ! อาทิเช่น Molly Fantasy (ชั้น 5) สวนสนุกในร่มลิขสิทธิ์ดังจากญี่ปุ่น, Ritmuller (ชั้น 4 ) ร้านนำเข้าเครื่องดนตรีคุณภาพระดับโลก (โดยเฉพาะแบรนด์เปียโนจากเยอรมัน), KPN Music Academy สถาบันสอนดนตรีขึ้นชื่อ ที่เปิดหลักสูตรการสอนครบเครื่องทั้งร้องเล่นเต้นรำ และ Flight Experience Bangkok (ชั้น 2) สถานที่เรียนรู้การขับเครื่องบิน ซึ่งใครใฝ่ฝันอยากเป็นนักบิน หรืออยากลองแว้น…เครื่องบิน บอกเลยไม่ผิดหวัง

ส่วนคุณพ่อคุณแม่ ที่กำลังมองหาสถานศึกษาให้แก่ลูก ต้องบอกว่า don’t worry เพราะแถบนี้มีโรงเรียนดีดีมากคาแรกเตอร์ให้เลือกไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่น  โรงเรียน Bangkok Adventist International School  และโรงเรียนทอสี ที่เน้นการสอนเด็กโดยนำหลักพุทธปัญญามาใช้ เป็นต้น (อยู่ในซอยเอกมัย 22 ทั้งคู่)

สายช้อป
ทางถนัดของภรรยาและผมเลยนะ เพราะเราสองคนชอบแต่งตัว แต่งบ้าน รวมถึงสะสมไอเทมและงานดีไซน์ต่างๆ  ที่ส่องไว้แบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่คือร้านของตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์
1.Seasons (ซอยเอกมัย 20) โชว์รูมนำเข้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านแบรนด์ดังอย่าง ​Baxter, Verpan, Fornasetti และ Rimadesio

2. Plato X Mobella (ระหว่างซอยเอกมัย 13 และ15) โชว์รูมเฟอร์นิเจอร์คุณภาพที่ผนวกรวมสองแบรนด์ไทยไว้ด้วยกัน ซึ่งใครกำลังหมายตาโซฟาหนัง หรืองานไม้สักบอกเลยคุณมาถูกทางแล้ว

3. Tomato Kidz (ซอยเอกมัย 21) ร้านเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก ซึ่งผู้ปกครองคนใดกำลังต้องการของดีไซน์น่ารักมาตกแต่งห้องให้ลูก ควรปรี่เข้าไปดู เพราะที่นี่มีทั้งโต๊ะ ตู้ เตียง ลวดลายสดใสฟังก์ชั่นเด็ดดวงให้เลือกไม่เหมือนใคร

4. Lamptitude สองโชว์รูมโคมไฟบิ๊กเบิ้ม (ภายใต้ชื่อเดียวกัน) แบ่งแยกแนวทางกันชัดเจน ใครชอบสไตล์โมเดิร์นแนะให้ไปโชว์รูมที่ตั้งอยู่ระหว่างซอยเอกมัย 17 และ 19  ส่วนใครมาสายวินเทจ หรือแนวคลาสสิก เชิญไปที่โชว์รูมที่ตั้งอยู่ระหว่างซอยเอกมัย 18 และ 20

5. Light Loft (ซอยเอกมัย 6) โชว์รูมโคมไฟกลิ่นอายลอฟท์ ค่อนไปทางอินดัสเตรียล ซึ่งภายในร้านมีโซนคาเฟ่สามารถสั่งเครื่องดื่มนั่งชิลล์ พร้อมชมสินค้าไปด้วยในตัว

6. Goodrich (ซอยเอกมัย 2) โชว์รูมจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัสดุตกแต่งภายในเช่น ผ้าม่าน ผ้าบุ พรม พื้นไม้ลามิเนต และวอลล์เปเปอร์ ซึ่งแต่ละอย่างล้วนมีลวดลายและสีสันให้เลือกเพียบ! สนองความต้องการการตกแต่งบ้านได้แบบไม่จำกัดทีเดียว

ร้านแอดแวนเจอร์
1. Cub House (เอกมัย 3) โชว์รูมจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ Honda รุ่นพิเศษ พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย ที่สำคัญแปะมือกับ Greyhound พ่วงเปิดคาเฟ่ไว้พื้นที่เดียวกัน เพื่อเสิร์ฟเครื่องดื่มและอาหารอร่อยๆ ให้แก่ลูกค้า

2. Ekkabike (เอกมัย 12) ร้านเอาใจสิงห์นักปั่น ที่มีทั้งอะไหล่ อุปกรณ์ และจักรยานให้เลือกมากมาย แถมด้านข้างตึกยังตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิกตี้ที่ชวนชักภาพลง Instagram มากกกก (ก.ไก่ ล้านตัว)

ร้านเสื้อผ้า
1. WWA X Chooseless (เอกมัย 21) ร้านขายเครื่องประดับและเสื้อผ้าดีไซน์เก๋ ซึ่งมีการจัดวางสินค้าเสมือนงานอินสตอลเลชั่น อาร์ต แถมชั้นล่างยังทำเป็นร้านอาหารเล็กๆ น่านั่ง

2. Onion (เอกมัย 12) ร้าน Multi-Label Store ที่ประดามีด้วยข้าวของจิปาถะ อาทิเช่น แว่นตา กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า ในระดับราคาหลักร้อย หลักพัน ยันหลักหมื่น

สายเฮลตี้ & บิวตี้
หนุ่ม/สาว ที่รักสุขภาพ รอบๆ ย่านเอกมัยนั้นมีสถานที่ออกกำลังกายเปิดให้บริการอยู่ไม่น้อย ใครชอบแบบจัดเต็มมีคลาสสอนหลากหลาย รวมถึงอุปกรณ์ครบครันแนะให้ไปที่ We Fitness Society (ติดรถไฟฟ้า BTS เอกมัย)

แต่หากอยากเสียเหงื่อพร้อมได้วิชาศิลปะแม่ไม้มวยไทยติดปลายนวมด้วยต้อง Cheeks Thai Boxing Club (เอกมัยซอย 10)

ส่วนใครไม่ถนัดการใช้แรง ไม่ชอบผู้คนวุ่นวาย โยคะที่สตูดิโอ Yoga 101 (ชั้น 4 Gateway) สงบสยบทุกสิ่ง หรือไม่ก็ไปนอนนิ่งๆ ให้เขาจับนวดเส้นผ่อนคลายอารมณ์ที่ Health Land (เอกมัยซอย 10)

สำหรับเรื่องความสวยความงามก็สำคัญ ถ้าหนุ่ม/สาวท่านใดอยากปรับลุคเบาๆ แนะให้ไปทำผมที่ Smile Club Hair Diner (เอกมัยซอย 10) ไม่เพียงช่างมีฝีมือดี การตกแต่งร้านยังเปรี้ยวจี๊ดย้อนยุคชวนหลงใหลไม่เบา

สำหรับคนชอบศิลปะบนเรือนร่างที่กำลังมองหาร้านสักเกรดคุณภาพแนะให้ไปลองที่ Storker Tattoo (ต้นซอยสุขุมวิท 63) หรืออยากยกระดับความงามของตัวเองเอกมัยก็มี DRK Beauty Clinic ศูนย์ศัลยกรรมระดับพรีเมี่ยม (ตึกโมเดิร์นทาวน์ ซอยเอกมัย 3) บริการจัดเต็มแบบครบวงจร

สายนักชิม
เพราะเรื่องปากท้องสำคัญมาก อยู่เอกมัยใจกลางเมืองมีรึอาหารการกินจะยากแค้นสองข้างทางปรากฏภาพร้านอาหารละลานตาไม่ขาดสาย ใครอยากเปิบอาหารอีสานแซ่บซี๊ด… แนะให้ไปร้านสบายใจไก่ย่าง หรือร้านตำหนักอีสาน

แต่ถ้าชอบอาหารเหนือต้องไปแอ่วที่ร้านหอมด่วน (ซอยเอกมัย 2) ข้าวซอย ลาบคั่ว แกงฮังเล และอีกหลากเมนูที่บอกเลยแค่เห็นก็ชวนน้ำลายสอ

ส่วนบรรยากาศน่านั่งสุด ขอยกให้กับร้าน (UN) Fashion (ซอยเอกมัย 10) เพราะตกแต่งได้เก๋ อารมณ์ประหนึ่งบ้านในเมืองพอร์ตแลนด์ แถมแบ่งแยกเป็นสองร้าน โดยฝั่งหนึ่งเสิร์ฟกาแฟ เค้ก ขนมหวานหน้าตาดูดี และอีกฝั่งหนึ่งเสิร์ฟอาหารคาวหลากหลายเมนู (Garden Pizza และ Beef Steak Hamburg ผมขอติดดาวให้สองเมนูนี้) แถมจัดจานได้สวยขั้นเทพ ที่สำคัญมีเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องหนัง รวมถึงของใช้ของแต่งบ้านต่างๆ วางแซมจำหน่ายอยู่ภายในร้านทั้งคู่

แต่ถ้าลัดเลาะเข้าไปในซอยเอกมัย 10 อีกนิดคุณจะเจอ The Accidental Butcher ร้านขายเนื้อวัวเกรดคุณภาพจากออสเตรเลีย เมนูสเต็กย่างแบบ open flame ของที่นี่เรียกว่าเด็ด ทานแล้วรับรองต้องอุทานว่า OMG

เมื่อพูดถึงเนื้อ ยิ่งทำให้นึกถึงก๋วยเตี๋ยวเนื้อในตำนานของร้านวัฒนาพานิช (ปากซอยเอกมัย 18) ล่าสุดผมได้มีโอกาสโซ้ยเกาเหลาและโดนข้าวหน้าไก่ของเขาด้วย จึงรู้สึกว่าฟินไม่แพ้กัน สมกับเป็นสตรีท ฟู้ดส์ ที่ได้รับ Michellin Guide ประเภท The Plate ทีเดียว

สายอาร์ต
ถ้าใครคือตัวพ่อและตัวแม่สายอาร์ต ประกันได้ว่าเอกมัยมีแกลเลอรี่จัดแสดงงานศิลปะดีดีให้คุณเข้าไปเยี่ยมชมได้โดยไม่ต้องไปไหนไกลอาทิเช่น  House of Lucie (ซอยเอกมัย 8) พิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายคุณภาพคับแก้วที่เป็นหนึ่งในแกลเลอรี่ของนักสะสมงานศิลป์ตัวยงอย่าง Hossien Farmani ซึ่งภายในมักมีผลงานของศิลปินชื่อดังผลัดเปลี่ยนมาให้ชื่นชมกันไม่ขาดสาย Ink & Lion Cafe (ซอยเอกมัย 2) คาเฟ่แนวๆ สำหรับคอกาแฟหัวใจศิลปะ ซึ่งไฮไลท์เด็ดในร้านก็คือการจัดนิทรรศการเล็กๆ ที่แซมแทรกไปตามมุมต่างๆ ให้ลูกค้าได้ชื่นชมกัน โดยจะสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกๆ เดือน

หรือถ้าคุณเป็นสายครีเอทีฟ ชอบงานเวิร์คช็อป แนะนำให้ไปร่วมจอยกับ Olive Creative Laboratory (ซอยเอกมัย 10) เพราะที่นี่มีคลาสเรียนที่หลากหลายให้เลือก อาทิเช่น คลาสสีน้ำ คลาสงานกระดาษ คลาสสอนทำผ้าพันคอ และคลาสจัดสวนในขวดแก้ว เป็นต้น

ทั้งหมดข้างต้น คือสายแข็งต่างๆ ที่มีอยู่จริงในย่านเอกมัย ยิ่งหากประกอบกับข้อดีที่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS, ห้าง Big C (ซอยเอกมัย 6) และ Major Cineplex  (หัวมุมซอยสุขุมวิท 61) ยิ่งช่วยตอบโจทย์ความครบรสของการใช้ชีวิตในเมืองได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญอยู่ใกล้กับวัดธาตุทอง ให้ชาวพุทธอย่างเราเข้าวัดทำบุญตักบาตรกันได้สะดวก

อ้อ… ลืมบอกไป สำหรับคอนโดฯ ที่หมายตาไว้ในย่านนี้ เป็นโครงการใหม่แกะกล่องของบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ร่วมทุนกับฮันคิวยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น นามว่า “ปีติ เอกมัย” (PITI EKKAMAI) ครับ ซึ่งออกแบบภายใต้แนวคิด “IKIGAI”  (อิ-คิ-ไก) ที่มาจากหลักปรัชญาการสร้างความสุขสมดุลให้แก่ชีวิต หรือถอดความอีกสเต็ปท์ (คิดเอง) ก็คือ “ความจริงที่ชีวิตต้องการ” ที่ปีติ เค้าเปลี่ยน “พื้นที่อยู่อาศัย” เป็น “พื้นที่ชีวิต” ที่ทำให้ทุก moment ของผู้อาศัยมีคุณค่าในทุกวัน แหม… แค่คอนเซ็ปท์ก็รู้สึกปีติแล้ว ส่วนดีไซน์พื้นที่ทุกตารางนิ้วในโครงการ ออกแบบให้สอดคล้องและเกื้อหนุนกับการใช้ชีวิตตามแนวคิด IKIGAI ได้มากที่สุด เพื่อทุกๆ moment ของทุกวัน เป็นการใช้ชีวิตที่มีความสุขและมีความหมาย การออกแบบพื้นที่การใช้ชีวิตเป็นดังนี้

Nature Moment
ใครว่าอยู่คอนโดแล้ว ไม่มีทางปลูกต้นไม้ใหญ่ได้?!? ออกซิเจนจากต้นไม้ใหญ่ ทำให้สมองปลอดโปร่ง สีเขียวช่วยเพิ่มความอบอุ่น เย็นตา กลิ่นหญ้าตัดใหม่ๆ ช่วยให้สดชื่น ทั้งหมดถูกยกมาไว้บนฟ้าให้เราได้มีชีวิตใกล้ธรรมชาติมากที่สุด กับ Tree House บ้านต้นไม้ พื้นที่ที่ช่วยเพิ่มพลังดีๆให้ชีวิต

Private Moments
การสร้าง IKIGAI Room ห้องบรรรยากาศสงบเงียบ กลางวิวเมืองชั้น 37 ที่ช่วยให้มีความสุขกับการอยู่กับตัวเอง มีสมาธิ เพื่อคิดสร้างสรรค์สิ่งที่จะมีคุณค่า

Energy Moments
ที่นี่ไม่ได้ให้แค่สุขภาพที่ดี แต่ให้ซึ่งความภูมิใจ ความชนะตนเอง ที่ตามมาด้วย และยังคำนึงถึงความสนุกและกระตุ้นให้คนรักษาสุขภาพในระยะยาว ด้วย Option การออกกำลังที่มากมาย ตั้งแต่ sky Fitness ขนาดใหญ่ Boxing Room, Yoga Room, Golf Simulator รวมถึงเครื่องวัดมวลร่างกายที่ทำให้รู้ถึง ค่ามวลไขมัน กล้ามเนื้อ และความสมดุลต่างๆ

Shared Moments
ความสุขที่มากกว่าคือการแบ่งปัน ที่นี่มีพื้นที่สำหรับการนั่งพักผ่อน ทำกิจกรรมร่วมกัน และ พื้นที่สำหรับแชร์ไอเดีย รวมถึงการแชร์ความสุขต่างๆ ด้วยลานกลางแจ้ง Amphitheatre, ห้อง Co-Kitchen Space, ห้อง Co-Working Space, Sky Lounge และ Double Lobby

Freedom Moments
การปลดปล่อยความเครียดจากการทำงาน ผ่านสระว่ายน้ำระบบเกลือยาว 50 เมตร อิสระในการว่ายอย่างไม่รู้จบบนวิวเมือง 360 องศา พร้อมผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังว่ายได้ที่ Heated Pool & Jacuzzi

และที่นี่ ยังมี The Third Place สถานที่ ที่จะทำให้ทุกวันของคุณสะดวกสบาย ให้คุณใช้เวลาสร้างคุณค่าชีวิตง่ายๆได้อย่างเต็มที่ มีทั้งร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อ และร้านกาแฟมีสไตล์สายอาร์ตต้องรู้จัก Casa Lapin แต่ละที่จะมีการตกแต่งไม่เหมือนกันเหมาะสำหรับนั่งสบายๆ หรือนั่งทำงานเพลินๆ ก็ได้ เครื่องดื่มอาหารคาวก็น่าลิ้มลองเช่น Hot Cappuccino, Frappe Milk และ Pappa Pig  เป็นต้น ต้องมาติดตามว่าสำหรับสาขาใหม่แห่งนี้จะตกแต่งในรูปแบบไหน แต่รับรองบรรยากาศยังชิคๆ ชิลล์ๆ เหมือนเดิม

Casa Lapin สาขาเอกมัย (ชั้น 3 Major Ekkamai)  ซึ่งตกแต่งในสไตล์​ Brooklyn Warehouse

อยากเห็นไวไว อดใจไม่ไหวจนต้องออกมารีวิวทำเลรอในกระทู้นี้เนี่ยล่ะคร๊าบบบบ…ขอให้ผู้อ่านทุกคนใช้ชีวิตอย่าง IKIGAI  (อิ-คิ-ไก) สุขสมดุลของชีวิตเราสร้างได้ อัพเดตข้อมูลโครงการได้เลยที่ ==> PITI EKKAMAI

ที่มา : Pantip.com