เปิดเกณฑ์ชิงมักกะสัน

รฟท.เร่งแผนมักกะสันรับการลงทุนแสนล้าน เผยเอกชนต้องควัก 3,000 ล้าน เคลียร์พื้นที่ ล่าสุด 16 รายชิงรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธาน กรรมการบริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.อยู่ระหว่างเร่ง จัดทำข้อสรุปแผนพัฒนาพื้นที่มักกะสันมูลค่าลงทุนนับแสนล้านบาท โดยพื้นที่แปลงเอราว 140 ไร่ ต้องยกให้เอกชนที่จะเข้ามาพัฒนารถไฟความเร็วสูงราว 100 ไร่ ในขณะที่อีก 40 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ พ่วงรางไปสู่ศูนย์ซ่อมภายในบริเวณพื้นที่ มักกะสันนั้น รฟท.จะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ

สำหรับแผนการย้ายบ้านพักพนักงานและโรงซ่อมบำรุงในพื้นที่มักกะสันนั้น รฟท.ได้เตรียมพื้นที่สองแปลงใหญ่จำนวนมากกว่า 100 ไร่ ไว้รองรับประกอบด้วย 1.พื้นที่บริเวณ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี 2.พื้นที่บริเวณ อ.ศรีราชา จ. ชลบุรี

นอกจากนี้ รฟท.จะแบ่งแยกระหว่างศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟดีเซลกับศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าให้ตั้งอยู่คนละที่กัน เพื่อเอื้อต่อการพัฒนาย่านศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรด้านรถไฟฟ้าและรถไฟดีเซลรองรับโครงการรถไฟสาย ใหม่อีกหลากหลายเส้นทางในอนาคต ที่จะเปิดเดินรถทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟขนส่งสินค้า รถฟ้าชานเมือง และรถไฟความ เร็วสูง

นายประเสริฐศึก สายพวรรณ์ ผู้เชี่ยวชาญสมาคมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ในฐานะประธานโครงการศึกษาแผนพัฒนาที่ดินมักกะสัน กล่าวว่า ตามเงื่อนไขการเปิดให้เอกชนเข้ามาพัฒนาพื้นที่มักกะสันนั้นมีเงื่อนไข ระบุว่า เอกชนที่จะเข้ามาประมูลโครงการต้องจ่ายเงินค่าเงินให้กับการรถไฟราว 3,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่ารื้อย้ายบ้านพักพนักงานและ โรงซ่อมบำรุงเดิมรวมถึงเป็นค่าก่อสร้างที่พักอาศัยแห่งใหม่ให้กับพนักงานโดยใช้ที่ดินของ รฟท

แหล่งข่าวจาก รฟท. ระบุว่า ใน รอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีเอกชนยื่นซื้อ ซองเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซีวงเงิน 2.15 แสนล้านบาท อีก 3 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งหรือ RATCH 2.บริษัท ทีพีไอ โพลีน หรือ TPIPL 3.บริษัท China Railway Group limited ส่งผลให้การเปิดขายซองในรอบสองสัปดาห์ ที่ผ่านมา มีบริษัทเอกชนเข้ายื่นซื้อซองทั้งหมด 16 ราย โดยจะปิดซื้อซองวันที่ 9 ก.ค.นี้

นายกุลิศ สมบัติศิริ ประธาน กรรมการบริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.อยู่ระหว่างเร่ง จัดทำข้อสรุปแผนพัฒนาพื้นที่มักกะสันมูลค่าลงทุนนับแสนล้านบาท โดยพื้นที่แปลงเอราว 140 ไร่ ต้องยกให้เอกชนที่จะเข้ามาพัฒนารถไฟความเร็วสูงราว 100 ไร่ ในขณะที่อีก 40 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ พ่วงรางไปสู่ศูนย์ซ่อมภายในบริเวณพื้นที่ มักกะสันนั้น รฟท.จะเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ

สำหรับแผนการย้ายบ้านพักพนักงานและโรงซ่อมบำรุงในพื้นที่มักกะสันนั้น รฟท.ได้เตรียมพื้นที่สองแปลงใหญ่จำนวนมากกว่า 100 ไร่ ไว้รองรับประกอบด้วย 1.พื้นที่บริเวณ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี 2.พื้นที่บริเวณ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

นอกจากนี้ รฟท.จะแบ่งแยกระหว่างศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟดีเซลกับศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าให้ตั้งอยู่คนละที่กัน เพื่อเอื้อต่อการพัฒนาย่านศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาบุคลากรด้านรถไฟฟ้าและ รถไฟดีเซลรองรับโครงการรถไฟสาย ใหม่อีกหลากหลายเส้นทางในอนาคต ที่จะเปิดเดินรถทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟขนส่งสินค้า รถฟ้าชานเมือง และรถไฟความ เร็วสูง

นายประเสริฐศึก สายพวรรณ์ ผู้เชี่ยวชาญสมาคมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ในฐานะประธานโครงการศึกษาแผนพัฒนาที่ดินมักกะสัน กล่าวว่า ตามเงื่อนไขการเปิดให้เอกชนเข้ามาพัฒนาพื้นที่มักกะสันนั้นมีเงื่อนไข ระบุว่า เอกชนที่จะเข้ามาประมูลโครงการต้องจ่ายเงินค่าเงินให้กับการรถไฟราว 3,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่ารื้อย้ายบ้านพักพนักงานและ โรงซ่อมบำรุงเดิมรวมถึงเป็นค่าก่อสร้างที่พักอาศัยแห่งใหม่ให้กับพนักงานโดยใช้ที่ดินของ รฟท.

แหล่งข่าวจาก รฟท. ระบุว่า ใน รอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีเอกชนยื่นซื้อ ซองเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซีวงเงิน 2.15 แสนล้านบาท อีก 3 ราย ประกอบด้วย 1.บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง หรือ RATCH 2.บริษัท ทีพีไอ โพลีน หรือ TPIPL 3.บริษัท China Railway Group limited ส่งผลให้การเปิดขายซองในรอบสองสัปดาห์ ที่ผ่านมา มีบริษัทเอกชนเข้ายื่นซื้อซองทั้งหมด 16 ราย โดยจะปิดซื้อซองวันที่ 9 ก.ค.นี้

ที่มา : Posttoday.com