ทอท.อัดแสนล้านขยายสุวรรณภูมิเฟส 3-4 คาดเงินขาดมือ 5 หมื่นล้านช่วงปี 64-65

ทอท.เทงบแสนล้านขยายสุวรรณภูมิเฟส 3 และเฟส 4 เพิ่มขีดรองรับผู้โดยสารเป็น 105 ล้านคน/ปี คาดทำเงินสดขาดมือปี 64-65 ประมาณ 5 หมื่นล้าน เล็งกู้ในประเทศเสริมสภาพคล่อง “นิตินัย” เผยเดือน ก.ค.ผู้โดยสารเติบโต 3-4% ต่ำกว่าเป้า โดยเฉพาะที่สุวรรณภูมิเร่งหาสาเหตุ แต่ยังมั่นใจทั้งปีโตตามเป้า 9-10%

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทอท.อยู่ระหว่างดำเนินการสนามบินสุวรรรภูมิเฟส 3 และเฟส 4 เพื่อเร่งขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น

โดยเฟส 3 ประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท (รองรับ 30 ล้านคน/ปี) ทำให้ขีดความสามารถสุวรรณภูมิรวมจะเพิ่มเป็น 90 ล้านคน/ปี และก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 (รันเวย์ 3) วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท (ค่าก่อสร้าง 1.4 หมื่นล้านบาท ค่าชดเชยไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขีดรองรับจาก 68 เที่ยวบิน/ชม. เป็น 94 เที่ยวบิน/ชม.

โดยรันเวย์ 3 และรันเวย์ 4 ขณะนี้อยู่ระหว่างรายงานผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) ต่อ คชก. คาดว่าจะอนุมัติในเดือน ส.ค.นี้ จะดำเนินการคู่ขนานเพื่อเปิดประมูลปลายปี 61-ต้นปี 62 ส่วนอาคารหลังที่ 2 นั้นคาดว่าจะตอกเข็มได้ในปี 2562

ส่วนเฟส 4 จะลงทุนประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 105 ล้านคน/ปี มีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านตะวันออก วงเงิน 6 พันล้านบาท (รองรับ 15 ล้านคน/ปี) และอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท โดยจะดำเนินการช่วงปี 2564-2569

นอกจากนี้ ยังเตรียมแผนพัฒนาเฟส 5 ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของสุวรรณภูมิไว้เบื้องต้นด้วย โดยจะมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 รองรับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคน/ปี (ภาพรวมสุวรรณภูมิจะรับได้ถึง 150 ล้านคน/ปี) และจะมีรันเวย์เส้นที่ 4 รับเที่ยวบินเพิ่มเป็น 120 เที่ยวบิน/ชม. ซึ่งยังไม่ได้ประเมินวงเงิน เนื่องจากจะต้องมีการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มอีก ทั้งทางด่วน และระบบ APM เพื่อเชื่อมเข้าสู่อาคารได้สะดวก และคาดว่าจะใช้เวลาอีกกว่า 10 ปี

จากการปรับแผนขยายสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินอื่นของ ทอท. ทำให้คาดว่า ทอท.จะมีช่วงกระแสเงินสดขาดมือรวม 5 หมื่นล้าน คือในปี 2564 ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท และปี 2565 อีก 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งประเมินจากการที่ ทอท.มีกระแสเงินสดเข้าปีละ 3 หมื่นล้านบาท โดยปีนี้มีเงินทุนอยู่ 6.4 หมื่นล้านบาท ปี 2561 จะเพิ่มเป็น 9.4 หมื่นล้าน ปี 2562 จะเป็น 1.3 แสนล้าบาท คาดว่าจะใช้ลงทุนเพื่อพัฒนาสนามบินหมดไปในปี 2564 ซึ่งช่วงที่ขาดสภาพคล่องจะใช้วิธีกู้เงินในประเทศเข้ามาเสริมสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม ขึ้นกับปัจจัยว่าการลงทุนอาจจะล่าช้ากว่าแผนด้วยหรือไม่

****เผย ก.ค.ผู้โดยสารโต 4% ต่ำกว่าเป้า หวั่นผลกระทบจากเรือล่มที่ภูเก็ต

นายนิตินัยกล่าวว่า ภาพรวมผู้โดยสารช่วงไตรมาส 1-3 ปี 2561 เติบโต 9.4% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย โดยเที่ยวบินระหว่างประเทศเติบโตสูงมาก หลังจากปลดธงแดงและหมดปัญหาเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำให้ ทอท.มีรายได้จากค่า PSC เพิ่มขึ้น แต่ในเดือน ก.ค.นี้ ผู้โดยสารเติบโตที่ 3.5-4% ซึ่งเติบโตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยปลายเดือนนี้ ผอ.แต่ละสนามบินจะรายงานผลการประเมินเพื่อพิจารณาหาสาเหตุที่แท้จริง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้คาดว่าเป็นผลกระทบจากกรณีเรือนักท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต แต่พบว่าการเติบโตที่ชะลอตัวอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นแถบยุโรป ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกับเหตุการณ์เรือล่ม ทั้งนี้ ยังมั่นใจว่าทั้งปี 2561 ผู้โดยสารจะยังคงเติบโตตามเป้าหมายที่ 9-10%

****สุวรรณภูมิเฟส 2 งานเดินตามแผน เสร็จปี 63

สำหรับการก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 วงเงิน 6.2 หมื่นล้านบาทนั้น ภาพรวมมีความคืบหน้ากว่า 30.62 % โดยคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในเดือน ก.พ. 2562 จากนั้นจะทดสอบระบบ และเปิดใช้ได้ปลายปี 2563 ส่วนอาคารผู้โดยสารด้านตะวันตก ซึ่งมีการปรับแผนก่อสร้างก่อนทดแทนอาคารด้านตะวันออก อยู่ระหว่างเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ ครม. คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จต้นปี 2564

โดยเฟส 2 ประกอบด้วย

งานจ้างก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (ชั้น B2 ชั้น B1 และชั้น G) ลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 และส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ (งานโครงสร้าง และงานระบบหลัก) (CC1/1) บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 ระยะเวลาดำเนินการ 780 วัน ขณะนี้งานมีความก้าวหน้าแล้วกว่าร้อยละ 83.01 คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2561

งานจ้างก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (ชั้น 2-4) และส่วนต่อเชื่อมอุโมงค์ด้านทิศใต้ (งานระบบย่อย) (CC1/2) PCS Joint Venture ประกอบด้วย บริษัท เพาเวอร์ไลน์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่าสเตท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้รับจ้าง ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 ระยะเวลาดำเนินการ 660 วัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างเสาด้านทิศตะวันตกและตะวันออกของอาคาร Midfield Satellite 1 และกำแพงคอนกรีตภายในอุโมงค์ด้านทิศใต้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2562

งานจ้างก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค (CC3) กิจการค้าร่วมเอสจี แอนด์ อินเตอร์ลิ้งค์ เป็นผู้รับจ้าง เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 ระยะเวลาดำเนินการ 990 วัน ขณะนี้มีความก้าวหน้างานแล้วกว่าร้อยละ 38.85 คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2562

งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) (CC4) นิติบุคคลร่วมทำงานไออาร์ทีวีเป็นผู้รับจ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนงานก่อสร้างและสำรวจออกแบบ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2563

ทั้งนี้ ระบบ APM มีความยาว 1 กม. เชื่อมจากอาคารผู้โดยสาร 1 ไปยังอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ซึ่งเป็นระบบรถไฟฟ้าไร้คนขับของบริษัท ซีเมนส์ ทำความเร็วได้ 80 กม./ชม. มี 6 ขบวน ขบวนละ 2 ตู้ รองรับได้ 210 คน/ขบวน หรือ 6,000 คน/ชม. หรือกว่า 52 ล้านคน/ปี

นอกจากนี้ ยังมีงานซื้อพร้อมติดตั้งระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า (BHS) และระบบตรวจจับวัตถุระเบิด (EDS) (ขาออก) (CC5) นิติบุคคลร่วมทำงานล็อกซเล่ย์-แอลพีเอส ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนการบริหารโครงการออกแบบและทดสอบที่จุดผลิต คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2563

งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า (BHS) และระบบตรวจจับวัตถุระเบิด (EDS) (ขาเข้า) (CC6) อยู่ระหว่างการจัดทำ TOR ซึ่งจะสามารถประกาศประกวดราคาได้ภายในเดือนสิงหาคม 2561 และได้ผู้รับจ้างภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 ระยะเวลาดำเนินงาน 18 เดือน คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2563

งานจ้างก่อสร้างอาคารสำนักงานสายการบิน และที่จอดรถด้านทิศตะวันออก (CC2/1) อยู่ระหว่างการจัดทำร่างขอบเขตงาน (Term of Reference : TOR) ซึ่งจะสามารถประกาศประกวดราคาได้ในเดือนตุลาคม 2561 และได้ผู้รับจ้างภายในเดือนมกราคม 2562 ระยะเวลาดำเนินงาน 18 เดือน คาดว่าดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2563

 

 

 

 

 

 

ที่มา : MGR Online