เปิดไทม์ไลน์ เคาะเมกะโปรเจ็กต์

ช่วงนี้รัฐบาลเร่งทำคลอดเมกะโปรเจ็กต์ก่อนการเลือกตั้ง “รองนายกฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์” จึงเดินสายเยี่ยมกระทรวงเศรษฐกิจหลัก ถี่ยิบ กระตุกต่อมทำงาน ไม่ให้ข้าราชการ “เกียร์ว่าง” วันก่อนไปคมนาคม ก็ไล่บี้หน่วยงานในสังกัดให้เข็นทั้งโครงการทางบก ราง อากาศ ท่าเรือให้แล้วเสร็จ มูลค่าร่วมล้านล้านบาททั้งที่ใกล้คลอดและอยู่ในไทม์ไลน์ รวมถึงแผนซื้อฝูงบินใหม่การบินไทยแสนล้านบาทด้วย

เรื่องนี้ถึงกับทำให้ดีดี “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” สะดุ้งโหยง! เมื่อรองนายกฯ ตัดบทขอ 30 วัน ไม่ใช่ 45 วัน แผนต้องเสร็จแถมยังฮึ่มขู่ปลดบอร์ด ประธานบอร์ด กราวรูด แม้จะจำชื่อประธานไม่ได้แต่เรียกตำแหน่งชัดกลางที่ประชุมว่า “อธิบดีกรมสรรพากร” ฉะนั้นจึงต้องติดตามตอนต่อไป ว่าแผนซื้อฝูงบินใหม่ของการบินไทยจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ต้องทำคลอดให้แล้วเสร็จก่อนการเลือกตั้ง และที่แน่ๆ ทั้งแอร์บัส และโบอิ้งคงแฮปปี้ไปตามๆ กัน จากออร์เดอร์ใหม่ที่จ่อคิวนับวันรอ

เมกะโปรเจ็กต์ที่น่าจะทำคลอดก่อนสิ้นปีนี้ สำหรับรถไฟฟ้าเหลืออีก 3 สายคือ สายสีแดงเข้มช่วงรังสิต-ธรรมศาสตร์ สีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช ตลิ่งชัน-ศาลายา และสายสีม่วงใต้ เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ กว่า 2 แสนล้านบาทจ่อเข้าครม.ในเดือนพฤศจิกายนนี้ เท่ากับว่ารัฐบาล “คสช.” ทำคลอดโครงการรถไฟฟ้าเกือบจะมีโครงข่ายเชื่อมโยงครบลูปทั้งกทม.และปริมณฑล อนาคตอันใกล้คนกรุงจอดรถอยู่บ้านนั่งรถไฟฟ้าแทน แต่ตอนนี้ทน “รถติด” อย่างสาหัสกันไปก่อน

ส่วนโครงการที่เหลือรอเคาะปีหน้าส่วนใหญ่เป็นทางคู่ 8 เส้นทาง ของ ร.ฟ.ท.โดยไม่นับรวมท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 รถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน ศูนย์ซ่อม MRO มอเตอร์เวย์ นครปฐม-ชะอำ ที่ไปไกลแล้วและก่อนสิ้นปีน่าจะปิดจ็อบได้ และ เงินก็คงสะพัดในกลุ่มบิ๊ก 1 ใน 5 รับเหมาก่อสร้างตรึม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัว CK STEC ITD ที่ว่ากันว่าขณะนี้เริ่มเล่นตัวเลือกงานที่กำไรงาม เพราะงานล้นมือเลยมีสิทธิ์เลือกไม่หน้าแห้งเหมือนในอดีต ตอกเสาเข็มเมื่อไรคงดันจีดีพีปีหน้าให้โตต่อเนื่อง

มาตรการ “แตะเบรก” อสังหาริมทรัพย์ ของแบงก์ชาติ ยกแรกที่เปิดรับฟัง เสียงสะท้อนแบงก์และผู้ประกอบการดุเดือดพอควร เพราะเหมือนเปิดให้เอกชนได้ระบาย เสียงส่วนใหญ่ต้องการให้เลื่อนการบังคับใช้มาตรการออกไปอีก 6 เดือนจากมกราคมเป็นกรกฎาคม 2562 และอยากให้คุมบ้านหลังที่ 3 มากกว่า แบงก์ ธอส.ครวญ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย ขอให้พิจารณาคุมบ้านหลังที่ 2 ราคาไม่ตํ่ากว่า 3 ล้านบาท “อธิปพีชานนท์” สวนหมัด แบงก์ชาติควรไปคุมสินเชื่อผู้ประกอบการมากกว่า ลุ้นกันต่อว่าถึงที่สุดแล้ว ธปท.จะคล้อยตามมากน้อยแค่ไหน

วิบากกรรมทัวร์จีนยังไม่จบ เรื่องฉาวๆ ยังมีต่อเนื่อง ล่าสุดเจอปล้นนักท่องเที่ยวอีก คราวนี้เป็นคนจีนเชื้อสายมาเลย์ ซื้อพวงมาลัยหน้าพระพรหมเอราวัณ เจอโขกไป 6,000 บาท เท่ากับว่า นอกจากเรือล่ม หมัดฉาวรปภ.สนามบินดอนเมือง ส่วยตม. 300 บาท แก้บิลค่าปรับทิ้งขยะชายหาด จาก 2,000 เป็น 3,000 บาท นักท่องเที่ยวอินเดียถูกลูกหลงตายฟรี กลายเป็นปัญหาคลาสสิกของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เกิดซํ้าแล้วซํ้าเล่า“แก้ไม่จบ-จับไม่จำ” ยิ่งเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวปีละ 40 ล้านคนปัญหาก็จะทวีคูณตามไปด้วย

ปัญหาทัวร์จีนขณะนี้จึงยังมีการแชร์กันว่อนบนโลกออนไลน์ของจีน ภาพลักษณ์เมืองไทยเสียหายมาก คนจีนบางส่วนก็ลืมเรื่องความบาดหมางในอดีตหนีไปเที่ยว ญี่ปุ่น เวียดนาม เกาหลี จากเดิมที่เคยนึกถึงไทยอันดับ 1 เพราะญี่ปุ่นมีความปลอดภัยสูงแม้จะภัยธรรมชาติ การฟื้นความเชื่อมั่นตลาดจีนรอบนี้จึง “ไม่ง่าย” และใช้วิธีเดิมๆ คงไม่ได้ผล อีกหน่วยงานรัฐก็ไม่ต้องมานั่ง “เถียง” กันให้เสียเวลาว่าช่วง “โกลเด้นวีก” ที่ผ่านมา คนจีนไปญี่ปุ่นหรือมาไทยอันดับหนึ่ง ไม่มีประโยชน์ สู้เอาเวลาไปคิดแก้ปัญหาจะดีกว่า เพราะเรื่องนี้ยังมีดราม่าอีกแยะและท่าจะลากยาวไปถึงปีหน้า ชาร์เตอร์ไฟลต์ยกเลิกเพียบ ที่มีบินผู้โดยสารก็โหลงเหลง กรุ๊ปทัวร์หาย 50%

เพราะลึกๆ แล้ว แม้ท่าทีรัฐบาลจีน ไม่ “ห้าม” มาเที่ยวเมืองไทย แต่ก็ไม่ได้ปลื้มนัก กับการแก้ปัญหาหลายเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนจีนของฝ่ายไทย “เรือล่ม” ยังเป็นประเด็นคาใจเพราะจนบัดนี้ ยังไม่มีความก้าวหน้าหาคนผิดมาลงโทษได้ ซากเรือก็ยังกู้ไม่ได้ จึงไม่แปลกที่ทัวร์จีนร่วม10 ล้านคนจะหดหายไปบ้าง ก็ไม่ต้องโทษใคร จีนต้องการความจริงใจในการแก้ปัญหาของไทย ในทุกเรื่องอย่างใจจดใจจ่อ

ยินดีกับปลัดใหม่ป้ายแดง “ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์” ปลัดกทม.คนล่าสุด ตามสถิติเป็นปลัดหญิงคนที่ 4 ของ ตำนานเสาชิงช้า จบปริญญาตรีศิลปศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชนจากรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จบหลักสูตรวปอ. ปี 2559 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมปีที่แล้วได้รับตำแหน่งรองปลัดกทม. ถ้านับตามปีเกิดก็น่าจะอยู่ในตำแหน่งยาวไปถึงปี 64 โน้น

ศศินทร์ จุฬาฯ และ Scenario Thailand Foundation โดยจัดบรรยาย เรื่อง “Collaborating with the Enemy” (เปลี่ยนศัตรูเป็นคู่คิด) สร้างกระแสปรองดอง โดย Mr.AdamKahane นักวิชาการด้านปรองดองสมานฉันท์ระดับ โลก ร่วมด้วย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล-ดร.คุณหญิงสุชาดากีระนันทน์-บัณฑูร ลํ่าซำ-ชาติศิริ โสภณพนิช-กานต์ ตระกูลฮุน และจรัมพร โชติกเสถียร ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในหัวข้อ “Success Through Collaboration: My Experience” วันพุธที่ 24 ตุลาคม เวลา 13.30 น.ฟังฟรีสำรองที่นั่ง ที่https://collaborating-with-the-enemy.eventbrite.com

 

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ