ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเผยคอนโดย่านบางนามีศักยภาพขยายตัว อีกหนึ่งทำเลทองของแหล่งที่อยู่อาศัยระดับบนในอนาคต

นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด  กล่าวว่า ย่านบางนา-ตราดเป็นพื้นที่ที่การพัฒนาคอนโดมิเนียมพักอาศัยมีศักยภาพในการขยายตัวและเติบโตได้ดี เป็นทำเลที่ตอบสนองความต้องการของคนทำงานในบางนา บางพลี บางบ่อ และชลบุรี มีโครงการพัฒนาทั้งของเอกชนและของรัฐเกิดขึ้นหลายโครงการ ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพและมูลค่าของทรัพย์สินในอนาคตประกอบด้วย

1. โครงการแบงค็อก มอลล์ (Bangkok Mall) เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่พาณิชยกรรมขนาดใหญ่หรือศูนย์การค้าแบบรีจีนัลมอลล์ขนาดใหญ่ มีพื้นที่โครงการทั้งหมด 100 ไร่ มูลค่าการลงทุนรวมอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท พื้นที่รวมทั้งโครงการ 650,000 ตารางเมตร ภายในโครงการประกอบด้วยอาคารศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ ศูนย์แสดงสินค้า, สวนสนุก, สวนน้ำ คอนโดมิเนียม อาคารที่อยู่อาศัยให้เช่าหรือเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ อาคารสำนักงานให้เช่า และ โดยมีกำหนดการก่อสร้างภายในครึ่งปีหลังของปีนี้ 2561 และกำหนดเปิดให้บริการภายใน 5 ปีข้างหน้า มี เมื่อเปิดให้บริการแล้วจะเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังมีสถานีขนส่งผู้โดยสารสายตะวันออกที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกับศูนย์การค้าบนพื้นที่กว่า 7 ไร่ โดยจะย้ายสถานีขนส่งเอกมัยเดิมทั้งหมดมารวมอยู่ที่นี่ รองรับกลุ่มผู้โดยสารที่จะเดินทางไปภาคตะวันออก

2. โครงการเมกาซิตี้บางนา (Mega City Bangna) ยกระดับโครงการเป็น Mixed-use Development – Phrase 2 ด้วยงบลงทุนกว่า 67,000 ล้านบาท โดยผนวกศูนย์การค้า “เมกาบางนา” รวมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ โดยการพัฒนาเฟสสองจะประกอบด้วยศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม 2 แห่ง คอนโดพักอาศัยพร้อมทั้งเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะ บนพื้นที่ทั้งหมด 400 ไร่

3. เดอะ ฟอเรสเทียส์ (THE FORESTIAS) THE FORESTIAS เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบ Mixed-Use Lifestyle บนพื้นที่กว่า 300 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 90,000 ล้านบาท มีพื้นที่ก่อสร้างรวมกว่า 6 แสนตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ 1.8 แสนตร.ม. ประกอบด้วยโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ อาคารสำนักงานให้เช่า Medical Complexระดับ 6 ดาว โรงแรมบูทีคระดับ 6 ดาวและโรงแรม 4 ดาว ศูนย์เรียนรู้ โรงเรียนอนุบาล อาคารนวัตกรรมแห่งอนาคต โดยเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้างปี พ.ศ. 2561 และจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2565

4. โครงการรถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิ ซึ่งอยู่ในแผนแม่บทรถไฟฟ้าระยะที่ 2 หรือ M-MAP 2 ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการประเมินความเหมาะสมและดึงเอกชนร่วมทุน รถไฟฟ้าสายบางนา-สุวรรณภูมิ เป็นรถไฟฟ้าประเภท Light Rail ที่เชื่อมมาจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สายสุขุมวิท) ที่สถานีบางนา ซึ่งจะวิ่งไปทางถนนบางนา-ตราด ระยะทางประมาณ 18.3 กิโล จำนวน 14 สถานี คาดว่าจะรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 40,000 คนต่อวันตั้งแต่สถานีบางนาจนไปถึงสถานีสุวรรณภูมิใต้ โดยตรงสถานีศรีเอี่ยมจะเป็นสถานี Interchange เชื่อมต่อกับสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง (ถนนศรินครินทร์) นอกจากนี้บริเวณสถานีธนาชิตี้จะเป็นโรงจอดรถและซ่อมบำรุงบนพื้นที่ 29 ไร่

5. บริเวณบางนา-ตราด ช่วงกม.19-23 กล่าวได้ว่าเป็น Logistics Hub ที่สำคัญเป็นที่ตั้งของศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก มีพื้นที่โกดังเก็บสินค้ารวมประมาณ 1.2 ล้านตร.ม. นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำนวนมาก เป็นแหล่งที่จ้างงานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ เป็นทำเลที่มีศักยภาพเชื่อมต่อแหล่งผลิตในพื้นที่ Eastern Seaboard ซึ่งปัจจุบันขยายการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จึงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง โดยเป็นที่ตั้งของหลากหลายธุรกิจอุตสาหกรรม อาทิ ยานยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภค สุขภาพและความงาม อิเลคทรอนิคส์ ธุรกิจค้าปลีกและขายส่ง เป็นต้น นอกจากนี้ในอนาคตพื้นที่บางนา-ตราดบริเวณ กม.ที่ 32.5 จะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เต็มรูปแบบบนพื้นที่จำนวน 4,300 ไร่ เกิดขึ้นอีกด้วย

6. บางนาเป็นพื้นที่ของแหล่งที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านและโครงการที่พักอาศัย บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมที่มีราคาค่อนข้างสูงหลายโครงการ เช่น เลคไซด์วิลล่า กฤษดานคร นันทวรรณ บ้านอิสสระ บลูลากูน บ้านกลางเมือง เป็นต้น ถนนบางนา-ตราดเป็นถนนที่เชื่อมกับถนนสุขุมวิทและถนนศรีนครินทร์ ซึ่งสามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกไม่ว่าจะเป็น ทางด่วนพิเศษเฉลิมมหานคร รถไฟฟ้าสายสีเขียวและรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง โดยจะเพิ่มความสะดวกสบายในให้แก่ย่านนี้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้บริเวณบางนายังเป็นแหล่งที่ตั้งของโรงเรียนนานาชาติหลายแห่ง เช่น โรงเรียนบางกอกพัฒนา โรงเรียนนานาชาติ ไทย-สิงคโปร์โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์ โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรู โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน โรงเรียนนานาชาติดิษยะศรินอินเตอร์เนเชอร์แนลเพร็พพะทอรี โรงเรียนนานาชาติไทย – จีน  โรงเรียนเซนโยเซฟบางนาเป็นต้น

ในขณะที่ซัพพลายทั้งหมดในพื้นที่บางนาตั้งแต่ปี 2552 – ตุลาคม 2561 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 7,836 ยูนิต โดยมีอัตราการขายอยู่ที่ 94% ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมที่เน้นขายในตลาดเกรดซี ส่วนราคาขายเฉลี่ยของโครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์ใหม่เกรดบี ที่เปิดตัวในย่านบางนาในปี 2560 – 2561 บริเวณแยกบางนา – สุขุมวิท ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 120,000 บาทต่อตร.ม.