ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเผยภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมไตรมาส 3 ปี 2561

นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 กลับมาคึกคักอีกครั้งในแง่การเปิดตัวของโครงการใหม่รวม ทั้งสิ้นประมาณ 23,000 ยูนิต ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าถึง 156% หรือกว่า 14,000 ยูนิต สะท้อนความมั่นใจของผู้ประกอบการที่มีต่อทิศทางของตลาดเป็นอย่างดี ทั้งนี้จากการศึกษาของฝ่ายวิจัยอสังหาริมทรัพย์ไนท์แฟรงค์ประเทศไทย พบว่าไตรมาสนี้สัดส่วนของซัพพลายต์ใหม่ใน CBD เพิ่มขึ้น 22% เทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ในขณะที่สัดส่วนของซัพพลายต์ใหม่ในพื้นที่รอบ CBD และชานเมืองลดลง 15% และ 7% ตามลำดับ ส่วนทำเลเด่นที่ผู้ประกอบการสนใจเป็นพิเศษในไตรมาสนี้ได้แก่ ทองหล่อ-เอกมัย สาทร-พระราม 4 พญาไท รัชดา-   ห้วยขวาง ธนบุรี จตุจักร และบางนา

ด้านยอดขายพบว่ายอดขายเฉลี่ยของยูนิตที่เปิดขายใหม่เหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 55% ลดลงจากไตรมาสก่อน 5% เนื่องจากซัพพลายต์ใหม่เข้าสู่ตลาดในปริมาณสูง โดยคอนโดขายดีส่วนใหญ่ในไตรมาสนี้ยังอยู่ในโซนรอบ CBD และชานเมือง มียอดขายประมาณ 60% เท่ากันทั้งสองทำเล ส่วนทำเลที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้ซื้อในไตรมาสนี้ ได้แก่ สุขุมวิทตอนกลาง (ซอย 42-63) พระราม 9-รัชดา จตุจักร และธนบุรี ขณะที่ภาพรวมด้านราคาเสนอขายต่อ ตารางเมตรของยูนิตเปิดใหม่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 อยู่ที่ 150,394 บาท ปรับตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนประมาณ 2% ด้วยแรงหนุนจากราคาคอนโดใหม่ในเขต CBD และชานเมือง ซึ่งเสนอขายเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่ 254,000 บาท และ 84,000 บาท เพิ่มขึ้น 3% และ 5% ตามลาดับเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว

สำหรับสถานการณ์ตลาดในไตรมาส 4 ปี 2561 ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อท่าทีของธนาคารแห่งประเทศไทย ในเรื่องนโยบาย LTV 80% สำหรับที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 และที่อยู่อาศัยทุกสัญญาที่มีมูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไปว่าจะมีข้อสรุปอย่างไรซึ่งหากประกาศใช้ อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อในตลาด ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยอสังหาริมทรัพย์ ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยคาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ราคาขายยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเปิดตัวของอีกหลายโครงการในเขต CBD ซึ่งขณะนี้ได้ทยอยเปิดตัวออกมาเรื่อยๆ ส่วนซัพพลายต์ใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดในไตรมาส 4 ปี 2561 นี้ คาดว่ามีประมาณ 9,000 ยูนิต ส่งให้ยอดรวมของยูนิตเปิดตัวใหม่ในปี 2561 อยู่ที่ ประมาณ 55,000 ยูนิต