ธุรกิจตั้งใหม่อีอีซี 11 เดือน 6.6 พันราย หอการค้าคาดเศรษฐกิจในพื้นที่ปี 62 คึกคัก

“พาณิชย์” เผย ธุรกิจตั้งใหม่ในพื้นที่อีอีซี 11 เดือน 6,645 ราย เพิ่ม 6.75% อสังหาริมทรัพย์ยังมาแรง ตามด้วยก่อสร้างอาคาร ภัตตาคารและร้านอาหาร ด้านหอการค้าไทย คาด เศรษฐกิจภาคตะวันออกปี 62 จะคึกคักอีกมาก ดันจีดีพีเพิ่มขึ้นอีก 1% หรือ 1.5 แสนล้านบาท จากการลงทุนภาครัฐ เอกชน ท่องเที่ยวขยายตัว

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า สถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง ช่วง 11 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-พ.ย.) มีจำนวน 6,645 ราย เพิ่มขึ้น 6.75% มีทุนจดทะเบียนจัดตั้ง 1.83 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.14% โดยประเภทธุรกิจที่จัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ 1,193 ราย ก่อสร้างอาคารทั่วไป 549 ราย และภัตตาคารและร้านอาหาร 283 ราย

ทั้งนี้ ส่งผลให้นิติบุคคลคงอยู่ในพื้นที่อีอีซีในปัจจุบัน มีจำนวน 6.67 หมื่นราย ทุนจดทะเบียน 1.83 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา 5,200 ราย ทุนจดทะเบียน 1.74 แสนล้านบาท ชลบุรี 4.89 หมื่นราย ทุนจดทะเบียน 1.07 ล้านล้านบาท และระยอง 1.26 หมื่นราย ทุนจดทะเบียน 5.80 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจบริการ คิดเป็นสัดส่วน 60.38% และเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) คิดเป็นสัดส่วน 98.10%

สำหรับการลงทุนของต่างชาติในนามนิติบุคคลไทยในพื้นที่อีอีซี (ถือหุ้นไม่เกิน 49.99%) มีมูลค่าทั้งสิ้น 6.89 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 37.63% ของมูลค่าทุนทั้งหมด โดยชาวต่างชาติที่มาลงทุนในนามนิติบุคคลไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น มูลค่า 3.56 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 51.71% สิงคโปร์ 5.66 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 8.22% จีน 4.65 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 6.74% สหรัฐฯ 2.79 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 4.06% เกาหลีใต้ 2.04 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 2.96% และอื่นๆ 1.81 แสนล้านบาท สัดส่วน 26.31%

ส่วนสัดส่วนการลงทุนของต่างชาติในนิติบุคคลไทย แบ่งตามจังหวัด มีการลงทุนในจังหวัดระยองสูงสุด 3.81 แสนล้านบาท สัดส่วน 55.33% ชลบุรี 2.38 แสนล้านบาท สัดส่วน 34.62% และฉะเชิงเทรา 5.93 หมื่นล้านบาท สัดส่วน 10.05%

นายปรัชญา สมะลาภา ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก หอการค้าไทย กล่าวว่า ปี 2562 คาดว่าเศรษฐกิจภาคตะวันออก (จีดีพีภาคตะวันออก) จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 1% หรือ จีดีพีเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 แสนล้านบาท เนื่องจากได้รับผลดีจากการลงทุนของภาครัฐและเอกชนในพื้นที่อีอีซี ทั้งโครงการท่าเรือแหลมฉบับ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และความชัดเจนในการปรับผังเมืองใหม่ของภาคตะวันออก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่านักท่องเที่ยวจะมาคึกคักในปีหน้า จากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล

“เศรษฐกิจภาคตะวันออกในปีหน้าจะคึกคักมาก จากการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงต่างชาติ หลังจากที่รัฐบาลส่งเสริมให้เข้ามาลงทุนในอีอีซี และนอกจากรายได้จากการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่แล้ว เศรษฐกิจภาคตะวันออกยังมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัว รวมถึงการค้าชายแดน แต่ก็มีสิ่งที่น่ากังวล คือ การพัฒนาคนเพื่อตอบรับกับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่อีอีซีที่เอกชนยังต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐ” นายปรัชญา กล่าว

ที่มา : mgronline.com