โบกมือลา ‘โรงแรมดุสิตธานี’ เปลี่ยนโฉมสู่ ‘มิกซ์ยูส’ ใจกลางกรุง

เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ในที่สุดก็ถึงเวลา ‘ปิดม่าน’ อย่างเป็นทางการของ ‘โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ’ หลังจากเปิดให้บริการมากว่า 49 ปี บริเวณแยกศาลาแดง หัวมุมถนนสีลม ตัดกับถนนพระราม 4 ก่อนจะเดินหน้าเปลี่ยนโฉมพื้นที่นี้ให้เป็น ‘มิกซ์ยูส’ ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ประกอบด้วย โรงแรม อาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย และห้างสรรพสินค้า ด้วยงบลงทุนสูงถึง 3.67 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมทำเลพระราม 4 ให้กลายเป็นทำเลศูนย์กลางในหลาย ๆ ด้าน

ย้อนวันวาน ‘ดุสิตธานี’

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ได้รับการก่อตั้งโดยท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เริ่มเปิดดำเนินกิจการเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2513 ซึ่งชื่อ ‘ดุสิตธานี’ ตั้งขึ้นจากแรงบันดาลใจ 2 ประการ คือ

  1. ขณะที่ท่านผู้หญิงสักการะบูชาราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อขอพระราชทานอภัยที่จะต้องรื้ออาคารเก่า (บ้านศาลาแดง) ซึ่งเคยเป็นสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ สมาคมแพทย์ศาสตร์ ทำให้ได้รำลึกถึงพระราชประสงค์ที่จะสร้างเมืองจำลองรูปแบบประชาธิปไตยขึ้น และได้พระราชทานนามว่า ‘ดุสิตธานี’
  2. คำว่า ‘ดุสิต’ เป็นชื่อของสวรรค์ชั้น 4 การออกเสียงไพเราะ และความหมายเป็นมงคลแก่ผู้ที่เข้ามาพัก เสมือนได้อยู่บนสวรรค์

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ในอดีต

โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ในอดีต

ถือเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่สูงและใหญ่ที่สุดในยุคนั้น และยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ที่มีรากฐานการบริการมาจากคุณค่าความเป็นไทย และเป็นผู้ริเริ่มนำกรุงเทพฯ ไปสู่มาตรฐานการท่องเที่ยวแบบใหม่ ด้วยรูปแบบการรับประทานอาหารนอกบ้าน การสังสรรค์ จนถึงการจัดงานแต่งงาน แต่ด้วยการแข่งขันของธุรกิจโรงแรมในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้ ‘ดุสิตธานี’ ต้องตัดสินใจปรับปรุงและพัฒนาโรงแรมครั้งใหญ่ แต่ยังคงยึดเจตนารมณ์ของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ในการสร้างโรงแรมที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย และมีเป้าหมายเพื่อแข่งขันในระดับโลกต่อไป

เปลี่ยนโฉมสู่มิกซ์ยูสใจกลางกรุง

หลังจากบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้บริหารของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ได้ลงนามต่อสัญญาเช่าที่ดินในบริเวณดังกล่าวกับสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อีกเป็นเวลา 30 ปี และยังได้สิทธิในการเช่าที่ดินต่อเนื่องอีก 30 ปี รวมเป็น 60 ปีไปแล้วเมื่อต้นปี 2561 ที่ผ่านมา ได้จับมือกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ยกระดับโรงแรมและพัฒนาเป็นโครงการ ‘มิกซ์ยูส’ (Mixed-use) มีโรงแรม อาคารสำนักงาน อาคารที่พักอาศัย และห้างสรรพสินค้า

Dusit Thani5

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว จะตั้งอยู่บนเนื้อที่รวมประมาณ 24 ไร่ ใช้งบลงทุนประมาณ 3.67 หมื่นล้านบาท ประกอบไปด้วย 4 ส่วน ได้แก่

  1. โรงแรม 5 ดาว ความสูง 39 ชั้น ขนาด 250 ห้อง โดยชั้นบนสุดจะเป็น Rooftop มีฐานของยอดสีทองที่เป็นสัญลักษณ์ของโรงแรม พร้อม Gallery บอกเล่าเรื่องราวของดุสิตธานี
  2. อาคารสำนักงาน 40 ชั้น
  3. อาคารที่พักอาศัย 60 ชั้น
  4. ศูนย์การค้าบริเวณชั้นใต้ดิน 2 ชั้น

โดยโรงแรมดุสิตธานีแห่งใหม่ จะอยู่ฝั่งติดกับอาคารอับดุลราฮิม อาคารที่พักอาศัยจะอยู่ตรงกลาง และอาคารสำนักงานจะอยู่ติดฝั่งถนนสีลม โดยทุกอาคารจะมองเห็นวิวและพื้นที่สีเขียวของสวนลุมพินี คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี และเปิดให้บริการได้ในปี 2565

พระราม 4 บูม มิกซ์ยูส ‘จ่อคิว’ ขึ้น

ทำเลพระราม 4 ในปัจจุบันมีการเจริญเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก มีการพัฒนาทั้งด้านการคมนาคม อาทิ รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT และโครงการที่อยู่อาศัย โดยรูปแบบโครงการส่วนใหญ่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาคือ ‘มิกซ์ยูส’ นอกจากโครงการของโรงแรมดุสิตธานีแล้ว ก่อนหน้านั้นยังมี ‘สามย่านมิตรทาวน์’ ของทางบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ ‘วัน แบงค็อก’ และ ‘เดอะ ปาร์ค’ ของบริษัท ทีซีซี แอสเซ็ท (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้เติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก

Dusit Thani6

สอดคล้องกับรายงานของ DDproperty Property Index รอบล่าสุด พบว่า บริเวณพระราม 4 โดยเฉพาะแขวงสีลมมีดัชนีราคาเพิ่มขึ้น 6.89% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีจำนวนอุปทานเพิ่มขึ้นถึง 15.12% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในอนาคตหลังจากโครงการมิกซ์ยูสในทำเลนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ

อย่างไรก็ตาม จากการพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ในรูปแบบมิกซ์ยูสบนถนนพระราม 4 เชื่อมั่นว่าจะช่วยยกระดับให้ทำเลพระราม 4 กลายเป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจ และที่อยู่อาศัย รวมทั้งส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว และยกระดับชื่อเสียงของประเทศไทยในระดับโลกให้มากขึ้น

ที่มา : Ddproperty.com