เปิดแผน พัฒนาจุดจอดรถกรุงเทพ 11แห่ง จูงใจคนต่อรถไฟฟ้าเข้าเมือง

เปิดแผน พัฒนาจุดจอดรถกรุงเทพ 11แห่ง จูงใจคนต่อรถไฟฟ้าเข้าเมือง

สนข.เปิดเเผนพัฒนาจุดจอดรถ 11 แห่งรอบกทม.รองรับรถเกินหมื่นคัน/วัน หวังแก้รถติด-จูงใจคนใช้รถไฟฟ้าเข้าเมือง

นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)เปิดเผยว่าการลดปริมาณยานพาหนะบนถนนเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาจราจรในเมืองหลวงอย่างยั่งยืนและเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ดังนั้นสนข.จึงมีแผนพัฒนาอาคารจอดรถเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าหรือเรียกว่า จุดจอดแล้วจร (Park and Ride) ซึ่งการก่อสร้างนั้นต้องเน้นให้ใกล้ในระยะที่สามารถเดินได้หรือประชิดกับตัวสถานีใหญ่โดยเฉพาะสถานีที่มีการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าหลายสาย (Interchane Station) บางสถานีจะมีการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าถึง 3 สายเข้าด้วยกัน

สำหรับพื้นที่ศักยภาพนั้นมีอยู่ 11 จุด รองรับรถได้ 1,0650 คัน เริ่มจาก รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ 1.สถานีบางปะกอก รองรับ 1,700 คัน 2.สถานีราษฎร์บูรณะ รองรับ 1,700 คัน รถไฟฟ้าสายสีแดง 3.สถานีรังสิต รองรับ 4,000 คัน 4.สถานีกาญจนาภิเษก รองรับ 500 คัน 5.สถานีตลิ่งชัน รองรับ 500 คัน

6.สถานีลาดกระบัง รองรับ 500 คัน 7.สถานีบ้านทับช้าง รองรับ 50 คัน รถไฟฟ้าสายสีชมพู 8.สถานีวัชพล รองรับ 1,000 คัน 9.สถานีแคราย รองรับ 50 คัน รถไฟฟ้าสายสีเขียว 10.สถานีตลาดพลู รองรับ 150 คัน และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 11.สถานีบางหว้า รองรับ 500 คัน

ทั้งนี้ปัจจุบันมีจุดจอดแล้วจรที่เปิดใช้แล้วรองรับรถได้ 6,420 คัน รวม 7 จุด และอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 6 จุด ปริมาณการรองรับ 9,955 คัน ได้แก่สายสีเขียวเหนือ สายสีส้ม สายสีเหลืองและสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย

นายสราวุธ กล่าวอีกว่าสำหรับแนวทางการลงทุนนั้นมี 3 รูปแบบคือ 1.รัฐลงทุนเองพร้อมเก็บรายได้ ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่รัฐอาจพัฒนาเป็นตึกจอดรถหรือลานจอดรถกลางแจ้ง 2.พื้นที่เอกชน รัฐอาจเสนอสิทธิพิเศษให้เพื่อส่งเสริมเอกชนลงทุน 3.รูปแบบร่วมทุนPPP ใช้โมเดลนี้ในพื้นที่ราคาแพงย่านชุมชนหรือพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นบริเวณสถานีรังสิต จะพัฒนาเป็นจุดจรแล้วจรพร้อมย่านการค้าขนาดเล็กคล้าย คอมมูนิตี้มอลล์หรือรูปแบบอสังหาเชิงพาณิชย์แบบผสมผสาน (Mixed Use) มีทั้งร้านอาหาร ร้านค้าปลีก หรืออาจมีห้างสรรพสินค้าขนาดเล็กและอาคารสำนักงานให้เช่า ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และความสามารถของเอกชน

ทั้งนี้ในอนาคตจะมีการเจรจากับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะตามเขตชานเมืองเพื่อขอใช้พื้นที่จอดรถสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้าโดยมอบส่วนลดให้หรือเป็นแต้มไว้ใช้ซื้อสินค้า ขณะนี้มีห้างเดอะพาซิโอ แถวรามคำแหงให้ความร่วมมือประชาชนสามารถนำรถไปจอดแล้วเชื่อมต่อระบบขนส่งอื่นเข้าเมืองทั้งเรือด่วนคลองแสนแสบ รถเมล์โดยสารสาธารณะและรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์

ประมูลดิวตี้ฟรีเนื้อหอมกลุ่มเซ็นทรัลซื้อซองรายแรก ทอท.มั่นใจโครงการไม่เข้ากฎหมายพีพีพี เร่ง ครม. เคาะประกาศชัดเจนเดือนนี้

พืื้นที่จอดรถ Park Ride

นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2562 ทอท.ได้เปิดขายซองคัดเลือกผู้ประกอบการโครงการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร และโครงการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ (ดิวตี้ฟรี) 2 สัญญา คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1 สัญญา และท่าอากาศยานภูมิภาค ได้แก่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่รวมอีก 1 สัญญา โดยได้รับรายงานว่ากลุ่มห้างเซ็นทรัล เป็นรายแรกที่เข้ามาซื้อซองประมูล

“การประมูลดิวตี้ฟรี เชื่อว่าผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจนี้เข้ามาหมด ซึ่งผู้ประมูลสามารถซื้อซองประมูลทั้ง 2 สัญญา หรือ สัญญาใดสัญญาหนึ่งก็ได้” นายประสงค์ กล่าว

นายประสงค์ กล่าวว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย ของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) จะประชุมกันเพื่อออกประกาศ กิจการเกี่ยวเนื่องกับกิจการท่าอากาศยาน ซึ่งจะรู้ว่าว่าโครงการดิวตี้ฟรี จะเข้ากฎหมายพีพีพี หรือไม่ ซึ่ง ทอท. ดูข้อกฎหมายต่างๆ เป็นอย่างดีแล้วว่าโครงการดิวตี้ฟรีไม่เข้ากฎหมายพีพีพี เพราะโครงการนั้นจะเป็นพีพีพีหรือไม่ ต้องเป็นโครงการที่มีความจำเป็นเกี่ยวเนื่องกับการบริหารทางการบิน เช่น ที่จอดรถเพราะคนที่มาสนามบินต้องใช้ ส่วนธุรกิจดิวตี้ฟรี ที่สนามบินเชียงรายไม่มี เครื่องบินก็ยังขึ้นลงได้ แสดงว่าธุรกิจดิวตี้ฟรีไม่จำเป็นเกี่ยวกับการบริหารการบิน จึงไม่เข้ากฎหมายพีพีพี

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า วันนี้คณะอนุกรรมการการด้านกฎหมายคณะกรรมพีพีพี ได้เชิญผู้บริการกระทรวงคมนาคม และ ทอท. มาให้ข้อมูลว่าธุรกิจดิวตี้ฟรีเกี่ยวข้องกับกิจการการบินอย่างไร และหลักสากลดำเนินการอย่างไร โดยคณะอนุกรรมการจะมีการประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้าสรุปออกเป็นประกาศ และสัปดาห์ต่อไปจะพยายามประชุมคณะกรรมการพีพีพี ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณาเห็นชอบประกาศ และส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนนี้ อนุมัติประกาศดังกล่าว ซึ่งจะระบุชัดว่าธุรกิจดิวตี้ฟรีต้องผ่านกฎหมายพีพีพีหรือไม่

ที่มา : Posttoday.com