กทม.เก็บรายได้ภาษีพลาดเป้าหมื่นล. ปีหน้าโขกเพิ่มบุหรี่-น้ำมัน-รร.-ค่าขยะ-ที่จอดรถ

ภาษีโรงเรือนและที่ดิน

กทม.จัดเก็บ 3 ภาษีโรงเรือนและที่ดิน บำรุงท้องถิ่น ป้าย รอบ 6 เดือนต่ำเป้ากว่าหมื่นล้าน เร่งสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทำบัญชีแยกรายการรับภาษีใหม่ ส่งให้ประชาชนยื่นแบบรายการ เม.ย. 63 เผยรายได้ไม่สูงอย่างที่คิด หลังรัฐมีมาตรการบรรเทาอื้อซ่า โขกเพิ่มค่าเก็บขยะ ค่าจอดรถ ลุ้นรัฐบาลใหม่ไฟเขียวเก็บภาษีบุหรี่ น้ำมัน โรงแรม คาดได้เพิ่ม 1.7 พันล้าน

แหล่งข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2562 กำหนดเป้าหมายจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีป้าย ไว้ที่ 15,539.40 ล้านบาท ผลจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2561-วันที่ 31 มี.ค. 2562 จัดเก็บได้ 5,517.74 ล้านบาท คิดเป็น 35.51% ต่ำกว่าเป้าหมาย 10,021.66 ล้านบาท

แยกเป็น จัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน กำหนดเป้าหมาย 14,500 ล้านบาท จัดเก็บได้ 4,979.34 ล้านบาท คิด 34.34% ต่ำกว่าเป้า 9,520.66 ล้านบาท ภาษีบำรุงท้องที่ กำหนดเป้าหมาย 139.40 ล้านบาท จัดเก็บได้ 78.72 ล้านบาท คิดเป็น 56.47% ต่ำกว่าเป้า 60.68 ล้านบาท และภาษีป้าย กำหนดเป้าหมาย 900 ล้านบาท จัดเก็บได้ 459.68 ล้านบาท คิดเป็น 51.08% ต่ำกว่าเป้า 440.32 ล้านบาท

“ช่วงนี้เป็นช่วงยื่นใบประเมินภาษีจึงทำให้จัดเก็บได้น้อย แต่คาดว่าทั้งปี 3 ภาษีจะจัดเก็บได้ตามเป้า ปัจจุบันมี 31 สำนักงานเขตที่จัดเก็บได้เกินเป้าหมายในไตรมาสที่ 2 โดยมี 3 สำนักงานเขตที่จัดเก็บได้เกินเป้าหมายสูงสุด คือ บางขุนเทียน วังทองหลาง และทวีวัฒนา”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับปีงบประมาณ 2563 ยังไม่ตั้งเป้าหมายไว้ เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินตัวเลขได้ชัดเจน แม้ว่าจะเป็นปีที่มี พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบังคับใช้ แทนภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่เดิม

แต่เมื่อทดลองคำนวณแล้ว ไม่สามารถจัดเก็บได้มากอย่างที่หลายฝ่ายประเมินไว้ เพราะมีการมาตรการบรรเทาการเสียภาษีแต่ละประเภทไว้ อีกทั้งอาคารเก่า เช่น โรงแรม ที่สร้างมานานหลาย 10 ปี จะมีหักค่าเสื่อมเยอะมาก ประมาณ 70% เมื่อนำมาหักลดหย่อนเป็นอัตราก้าวหน้า ผลที่ออกมาจะต่ำมาก

“เมื่อประเมินเบื้องต้นแล้ว รายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ได้ดุเดือด หรือเก็บได้มากอย่างที่คิดไว้ กทม.กำลังจะใช้ฐานของปี 2561 อยู่ที่ 15,718 ล้านบาท มาเป็นตัวกำหนดการจัดเก็บรายได้ของปี 2563”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า การประเมินตามภาษีใหม่ เป็นการนำมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้ในการคำนวณภาษี เนื่องจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในกรุงเทพฯมีเป็นจำนวนมาก ทาง กทม. จะสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อจัดทำเป็นบัญชีรายการ แยกประเภท จำนวน ขนาดของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการใช้ประโยชน์อย่างละเอียดครบถ้วนสำหรับการประเมินก่อนจัดเก็บภาษี จะเร่งสำรวจให้เสร็จทันการจัดเก็บภาษีในปี 2563

เนื่องจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ทางประชาชนไม่ต้องยื่นแบบเสียภาษีเอง โดยให้อำนาจท้องถิ่นดำเนินการสำรวจและยื่นแบบให้ประชาชนในส่วนของ กทม.จะสำรวจและส่งแบบรายการเสียภาษีให้ประชาชนรับทราบในเดือน ก.พ. หากไม่มีอะไรทักท้วง จะยื่นเสียภาษีได้ในเดือน เม.ย. 2563 หากยื่นไม่ทันจะต้องรอปีถัดไป

“ปี 2563 กทม.จะมีรายได้เพิ่มจากเก็บค่าขนและกำจัดขยะ ซึ่งปัจจุบัน กทม.รับภาระปีละ 6,000 ล้านบาท ขณะที่การจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้ปีละ 500 ล้านบาท หากปรับอัตราใหม่ จากเดิมครัวเรือนละ 20 บาท เป็น 80 บาท จะจัดเก็บค่ากำจัดขยะได้ประมาณปีละ 2,000 ล้านบาท ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้บริหาร กทม. นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมที่จอดรถบนถนน 66 สายทาง ภาษีใหม่ เช่น ภาษียาสูบ ภาษีน้ำมันและภาษีโรงแรม อยู่ระหว่างรอการอนุมัติปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 จากรัฐบาลให้ กทม.มีอำนาจจัดเก็บรายได้ เนื่องจาก กทม.เสนอไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้”

หากได้รับอนุมัติ คาดว่าจะมีรายได้เพิ่ม 1,700 ล้านบาท ได้แก่

1.ภาษียาสูบ จะเก็บ 10 สตางค์/มวน จากยอดขายของผู้ประกอบการยาสูบทั้งจำหน่ายในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศจะมีรายได้จากภาษียาสูบ 800ล้านบาท/ปี

2.ภาษีที่พักและโรงแรมเก็บอัตราร้อยละ 3 ของค่าเช่า คาดว่าจะมีรายได้ 400 ล้านบาท 3.ภาษีน้ำมัน จะจัดเก็บเพิ่มเป็น 10 สตางค์/ลิตร จากปัจจุบันเก็บจากสถานีบริการในพื้นที่ กทม.กว่า 800 แห่ง อัตรา 5 สตางค์/ลิตร จะทำให้มีรายได้ 400-500 ล้านบาท

ที่มา : prachachat.net