รุมยำ‘คิงเพาเวอร์’ บิ๊กเนมผุดเอาต์เลตหรูล้อมสุวรรณภูมิ

สุวรรณภูมิร้อนฉ่า! บิ๊กเนมแห่ปักธง กลุ่มเซ็นทรัล-สยามพิวรรธน์ ส่งลักชัวรี เอาต์เลต ชนดิวตี้ฟรี คิงเพาเวอร์ ชิงกำลังซื้อนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ การเคหะฯ ขอเอี่ยว เล็งพัฒนาที่ดิน 100-200 ไร่ย่านร่มเกล้าเป็นมิกซ์ยูส

ปัจจุบันพื้นที่ย่านถนนบางนา-ตราด ในรัศมี 15 กิโลเมตร ได้กลายเป็นทำเลทองในการขยายการลงทุนของธุรกิจค้าปลีกท่องเที่ยว เพราะไม่เพียงอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ยังเป็นจุดเชื่อมต่อจากโครงการลงทุนด้านโครง สร้างพื้นฐานของภาครัฐที่จะเกิดขึ้นอีกหลายโครงการ

ทำให้พื้นที่ในย่านนี้กลายเป็นทำเลที่นักลงทุนจับจ้องโดยเฉพาะผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ของไทยพาเหรดเข้าไปปักธงโครงการทั้งกลุ่มเซ็นทรัล กับโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชัวรี เอาต์เลต , สยามพิวรรธน์ กับโครงการสยาม พรีเมียม เอาต์เลต ฯลฯ ถือเป็นการเปิดศึกท้าชนเจ้าถิ่น “คิงเพาเวอร์” ที่เปิดดิวตี้ฟรีให้นักท่องเที่ยวได้ช็อปทั้งที่สุวรรณภูมิและศรีวารี

ขณะที่กลุ่มคิงเพาเวอร์เองก็ยอมทุ่มสุดตัวยอมจ่ายค่าสัมปทานกว่า 2.13 หมื่นล้านบาทต่อปี ให้บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. แลกกับการเข้าไปดำเนินธุรกิจดิวตี้ฟรี และการบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ (รีเทล) ในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่เพิ่งมีการเซ็นสัญญาระหว่างทอท.และคิงเพาเวอร์ไปเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ลุ้นพิก อัพ เคาน์เตอร์

แหล่งข่าวระดับสูงจากผู้ประกอบการค้าปลีกท่องเที่ยว เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การเปิดให้บริการของเซ็นทรัล วิลเลจ และศูนย์การค้าต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นใหม่ในรัศมี 15 กิโลเมตร จากสนามบินสุวรรณภูมิต่างมองโอกาสใน 2 ด้าน คือ 1.การเจาะนักท่องเที่ยว ที่จะเข้าช็อปปิ้งก่อนบินออกนอกประเทศ และ 2. การสร้างให้เกิดกิจกรรมในการช็อปปิ้งระหว่างรอต่อเครื่องบินหรือรอไฟลต์บิน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของกลุ่มคิงเพาเวอร์ ต่างจากเดิมที่กลุ่มคิงเพาเวอร์ได้ไปเต็มๆจากที่นักท่องเที่ยวมาใช้บริการสนามบิน 

นอกจากนี้สิ่งที่ทุกฝ่ายกำลังรอคือ การเปิดเสรีจุดส่งมอบสินค้าดิวตี้ฟรีในสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกจะขอเปิดดาวน์ทาวน์ ดิวตี้ฟรีต่อกรมศุลกากรมาแข่งกับคิงเพาเวอร์มากขึ้น แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ ต้องถือว่าคิงเพาเวอร์ ยังมีความได้เปรียบอยู่มาก เพราะทำตลาดมานาน ปัจจุบันคิงเพาเวอร์ ศรีวารี มีลูกค้ามาใช้บริการไม่ตํ่ากว่า 4-5 พันคนต่อวัน

เค้กดิวตี้ฟรีแสนล้าน

ปัจจุบันมูลค่าธุรกิจดิวตี้ฟรีในไทยกว่า 1 แสนล้านบาท กว่า 60% มาจากธุรกิจดิวตี้ฟรีในเมือง สะท้อนจากรายได้ของกลุ่มคิง เพาเวอร์ ในปี 2560 มีรายได้รวมกว่า 91,785.47 ล้านบาท

ในจำนวนนี้เป็นรายได้จาก บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลอดอากรในเมือง 56,151.74 ล้านบาท และรายได้จากบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจดิวตี้ฟรีในสนามบิน จำนวน 35,472.59 ล้านบาท

แห่ยื่นดาวน์ทาวน์ดิวตี้ฟรี

นายกฤษดา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวว่า ขณะนี้มีเอกชนที่ยื่นขอประกอบธุรกิจร้านค้าปลอดภาษี(Dyty Free) ในเมือง 50 แห่ง โดยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 11 บริษัท ซึ่งเป็นการยื่นขอดำเนินการมานานแล้ว แต่เชื่อว่าในอนาคตจะเพิ่มมากขึ้น จากการที่ทอท. จะเปิดให้ประมูลPickup Couter ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น และจะทำให้มีผู้ยื่นขอทำร้านปลอดภาษีมากขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ยื่นขอเข้ามา เพราะรอดูเงื่อนไขของการเปิดประมูลก่อนว่า เป็นอย่างไร ทำแล้วจะคุ้มทุนหรือไม่

ปักหมุด “เอาต์เลตหรู”

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ให้เหตุผลถึงการลงทุนเปิดลักชัวรี เอาต์เลต “เซ็นทรัล วิลเลจ” ก่อนหน้านี้ว่า ลูกค้าคนไทยที่มีรายได้สูงและคนที่ชื่นชอบสินค้าแบรนด์เนมทั่วประเทศต้องการช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมในราคาคุ้มค่า ซึ่งเซ็นทรัล วิลเลจสามารถตอบโจทย์ นี้ได้

จากการศึกษาพบว่า สุวรรณภูมิ ถือเป็นย่านที่มีศักยภาพ ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลเลือกที่จะลงทุนในย่านสุวรรณภูมิ

ดึงแบรนด์ดังโชว์ของ

อีกหนึ่งลักชัวรี เอาต์เลต ที่ถูกจับตามองและอยู่ในช่วงของการก่อสร้างเช่นกันคือ “สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต” ที่ใช้งบลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท  โดยบริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่าง
ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป เจ้าของ พรีเมี่ยมเอาท์เล็ต 96 แห่งทั่วโลก เริ่มลงเสาเข็มเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และจะดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในไตรมาส 1 ของปี 2563 โดยจะมีการดึงแบรนด์เนมระดับโลกเข้ามาเปิดแฟล็กชิพสโตร์ ครั้งแรกในเมืองไทย นอกจากนี้ยังมีร้านค้าต่างๆ อีกมากมาย บนพื้นที่กว่า 5 หมื่นตร.ม. 

กคช.งัดที่ร่มเกล้าร่วมวง

ขณะที่การการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ก็มีแผนนำที่ดินแปลงงาม เนื้อที่ 100-200 ไร่ ติดถนนร่มเกล้า เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนรูปแบบพีพีพี พัฒนาเป็นมิกซ์ยูส โรงแรม เอาต์เลต มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท รองรับนักท่องเที่ยว แวะพัก ช็อปปิ้ง ก่อนขึ้นเครื่องบินเช่นกัน

ขณะนี้อยู่ระหว่างขอปรับสีการใช้ประโยชน์ที่ดินกับกรุงเทพมหานครจาก พื้นที่สีเหลือง (ย.2) ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย เป็นพื้นที่สีแดง (พาณิชยกรรม) แต่ล่าสุดได้รับการปรับสีการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นพื้นที่สีส้ม ย.6 ซึ่งถือว่า เพิ่มมูลค่าให้กับแปลงที่ดินได้สูงขึ้น

ที่มา : Thansettakij.com