ภาคเอกชน จับตาเสถียรภาพรัฐบาล ช่วง 6 เดือน

ภาคเอกชนหวังรัฐบาลใหม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทันที หวังช่วยพยุงเศรษฐกิจบรรเทาการชะลอตัว

ภาคอสังหาริมทรัพย์ บอกว่า รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ควรหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทันที โดยเฉพาะธุรกิจภาคอสังหาฯ ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งเศรษฐกิจและมาตรการควบคุมสินเชื่อของแบงก์ชาติ ซึ่งการเติบโตของยอดซื้ออสังหาริมทรัพย์ยังประเมินไม่ได้ แต่คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ เติบโตประมาณร้อยละ 5-10

และเสนอว่า รัฐบาลใหม่ควรจะนำมาตรการลดค่าจดทะเบียนการโอน และลดค่าจดจำนองเหลือ ร้อยละ 0.01 กลับมาใช้ใหม่ และจะกระตุ้นการบริโภคในประเทศทันที เพราะขณะนี้กลุ่มอสังหาฯที่ผู้ที่ซื้อมาก คือ ราคา ตั้งแต่ 2 – 3 ล้านบาท หรือ 3 – 5 ล้านบาท มีสัดส่วนถึงร้อยละ 60 ของตลาดทั้งหมด แต่มาตรการที่ออกมาก่อนหน้านี้ปล่อยกู้เฉพาะบ้านที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 10 จะไม่มีผลต่อเศรษฐกิจ จึงควรขยายไปยังกลุ่มอื่น ๆ ด้วย ดังนั้นในแง่การเติบโตของยอดซื้ออสังหาริมทรัพย์คงยังประเมินไม่ได้ ส่วนมูลค่าการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้คาดว่ายังโตได้ประมาณ ร้อยละ 5 – 10

ส่วนนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอว่า ต้องการเห็นรัฐบาลชุดใหม่ แก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น เพื่อสร้างความมั่นใจให้ภาคเอกชนในการบริหารงานของรัฐบาลมากขึ้นและจะขอติดตามการทำงานของรัฐบาลอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อดูว่าจะมีเสถียรภาพ หรือมีการบริหารจัดการที่ดีหรือไม่ ก่อนประเมินว่า นักลงทุนจะขยายการลงทุนเพิ่มหรือไม่

ด้านนายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้าน เศรษฐกิจและการเมือง มองว่า หลังจากได้รัฐบาลใหม่แล้วแต่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังรอดูท่าทีการบริหารงานและความมีเสถียรภาพ ก่อนตัดสินใจลงทุน ดังนั้น รัฐบาลควรต้องเร่งเดินหน้านโยบายด้านเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เศรษฐกิจไม่ปรับตัวลดลงมากกว่านี้ เพราะการส่งออกปีนี้มีโอกาสติดลบและควรเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และการส่งเสริมการท่องเที่ยว เข้ามาชดเชยรายได้จากการส่งออกที่หายไป


ที่มา : thaipbs.or.th