1 วันมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน จะจัดสรรเวลาอย่างไรให้ Healthy และ Productive ที่สุด

ที่มา : https://thestandard.co/niche-mono-ram/

เคยเป็นไหม รู้สึกว่าชีวิตยุ่งยากวุ่นวายมาก ทั้งจากภาระและการงาน คุณเองก็ทำทุกอย่างเต็มที่แบบสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ยังหยุดกังวลไม่ได้ พาลไปจนรู้สึกกระวนกระวายอยู่ไม่เป็นสุข รู้สึกเวลาที่มีไม่เคยพออยู่เสมอ ยิ่งไปเทียบกับคนอื่นก็กลายเป็นว่าเราทำอะไรได้น้อยกว่าเขา ทำไมคนนั้นคนนี้ถึงดูจัดการเก่งและสะสางงานได้ดีกว่าเรา แถมชีวิตยังดู Healthy และ Productive จนน่าอิจฉา

THE STANDARD ขอแนะนำทริคในการสร้าง Productive Day เพื่อจัดการบริหารเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน ให้เฮลตี้มากขึ้นทั้งในแง่การทำงานและการใช้ชีวิต

  1. วางแผนสำหรับวันพรุ่งนี้ตั้งแต่ก่อนนอน

คิดและเขียนไว้เลยว่าพรุ่งนี้จะทำอะไรบ้าง เป้าหมายที่ต้องทำให้ได้ในวันพรุ่งนี้คืออะไร หรือถ้าต้องทำงานสักหนึ่งชิ้นให้เสร็จพรุ่งนี้ งานนั้นคืออะไร อาจจะลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ ก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมทบทวนสิ่งที่ลิสต์ดีๆ ว่างานไหนสำคัญที่สุด หรือมันคืองานที่ต้องทำให้เสร็จพรุ่งนี้จริงๆ หรือเปล่า การวางแผนของวันพรุ่งนี้เอาไว้ตั้งแต่ช่วงก่อนนอน เราจะเริ่มคิดไปถึงวิธีการทำงานคร่าวๆ โดยอัตโนมัติ พอวันพรุ่งนี้มาถึงจริงๆ เราก็จะสะสางทุกอย่างได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  1. ตื่นเช้า ตื่นเช้า และตื่นเช้า

เข้าใจว่ามันดูคลิเชมากๆ ใครๆ ก็รู้อยู่แล้ว แต่ทำไม่ได้ หรือเลือกที่จะไม่ทำ เพราะการได้นอนตื่นสายมันสบายกว่าเห็นๆ แต่เชื่อเถอะว่า การตื่นเช้าคือคีย์สำคัญที่สุดในการมีวันที่ Productive หรือวันที่เราจะรู้สึกว่าใช้ชีวิตได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด การตื่นเช้าจะบังคับให้คุณต้องนอนเร็วไปด้วยในตัว ตื่นเช้าจะทำให้เรารู้สึกว่ามีเวลาในแต่ละวันมากขึ้น ยิ่งถ้าตื่นเช้าแล้วได้ออกกำลังกายด้วยแทบจะเป็น Perfect Day เลยก็ว่าได้ วันนั้นคุณจะมีพลัง มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น ถ้ายังไม่รู้ว่าควรจะตื่นเช้ากี่โมงดี ขอแนะนำเป็นช่วงเวลาในแบบที่ทุกคนน่าจะทำได้คือ 6 โมงเช้า

  1. จัดลำดับความสำคัญ โฟกัส และไม่ Multitask

คงยากที่ในแต่ละวันพวกเราจะมีสิ่งที่ต้องทำเพียงอย่างเดียว เคล็ดลับก็คือให้ทำงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ จำไว้ว่าอย่าทำงานที่ดูง่ายๆ ใช้เวลาน้อยๆ ให้เสร็จก่อน เพราะระหว่างที่ทำงานง่ายๆ นั้นมันอาจจะพาตัวคุณไหลไปทำอย่างอื่นเรื่อยๆ จนทำให้ลืมงานที่สำคัญจริงๆ ต้องโฟกัสให้สำเร็จไปทีละงาน ไม่สลับไปสลับมา หรือห้ามเด็ดขาดคือทำหลายๆ งานพร้อมกัน ซึ่งการไม่จัดลำดับความสำคัญ ไม่โฟกัส และทำหลายอย่างพร้อมกันมักเกิดจากความรีบร้อน อยากให้งานเสร็จไวขึ้น แต่หลายครั้งมักมีความผิดพลาดเพิ่มมาให้เป็นของแถม กลายเป็นว่า ยิ่งรีบยิ่งช้า เพราะฉะนั้นควรจะเน้นๆ ชัวร์ๆ ทีละอย่างจะดีกว่า

  1. อย่าทำแต่งานจนลืมพักผ่อนและหย่อนใจ

วันที่ดีไม่ใช่วันที่เราทำงานได้เยอะที่สุด และไม่ใช่วันที่เราเอาแต่ทำงานตลอดเวลาแน่ๆ ยิ่งถ้าถึงระดับบ้างาน นอกจากจะไม่เฮลตี้แล้ว ชีวิตจะเสียความสมดุลจนพังเอาได้ เพราะฉะนั้นในชั่วโมงทำงาน ควรหาช่วงพักเบรกสั้นๆ ให้ร่างกายได้ผ่อนคลายบ้าง หลีกเลี่ยงการนั่งติดอยู่กับที่นานๆ ควรลุกออกไปเดินบ้าง หาน้ำดื่ม เติมกาแฟ เข้าห้องน้ำ ทักทายผู้คนทำให้เป็นเรื่องที่คุ้นชิน และที่อยากแนะนำอีกอย่างก็คือ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรเอางานกลับมาทำที่บ้าน ควรทำให้เต็มที่จนเสร็จสิ้นในที่ทำงาน เมื่อกลับบ้านคุณควรได้หย่อนใจกับสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการดูซีรีส์ ฟังเพลง ดูถ่ายทอดสดกีฬา หรือรับประทานอาหารดีๆ เหล่านี้ล้วนช่วยเติมเต็มให้คุณมีวันที่สมบูรณ์  

  1. หาเวลาเรียนรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ

หลายคนอาจจะคิดว่าเราก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากการทำงานทุกวันอยู่แล้ว ทำไมต้องไปเรียนรู้อะไรที่ดูไม่จำเป็นเพิ่มอีกเหรอ ถ้าเป็นยุคสมัยก่อนก็คงเพียงพอแล้ว แต่ในยุคนี้ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ถ้าเรายังอยู่นิ่งๆ ทำงานไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็อาจล้าหลังตามคนอื่นไม่ทันแล้ว ลองหาช่วงเวลาสั้นๆ ในแต่ละวัน แนะนำว่าเป็นช่วงก่อนนอนหรือตอนเดินทาง ช่วงแก๊ปว่างๆ ที่ปกติเราจะเล่นสมาร์ทโฟนไปเรื่อยๆ เปลี่ยนเป็นอ่านหนังสือที่อยากอ่านแค่วันละบทสองบท หรือที่คนสมัยนี้เริ่มฮิตกันก็คือการฟังพอดแคสต์ ก็เป็นอีกช่องทางให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ การได้ใช้เวลาศึกษาเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมแค่เล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวันก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเว้าแหว่งจากความรู้สึกไม่ Productive    

  1. อยู่อาศัยในที่ดีๆ แวดล้อมด้วยบรรยากาศและสังคมที่ดี

การเป็นคนที่เฮลตี้ มีความ Productive คงเกิดได้ง่ายขึ้น ถ้าเราได้อยู่อาศัยในที่ที่ดี ทำเลถูกต้อง เดินทางไป-กลับจากที่ทำงานสะดวก มีห้องนอน ห้องนั่งเล่นในแบบที่อยากมี กลับมาอยู่ที่ห้องก็ได้พักผ่อนและชาร์จพลังแบบเต็มที่ แถมบรรยากาศแวดล้อมของที่อยู่อาศัยก็ร่มรื่น สงบ มีชุมชนที่เป็นมิตร ถ้ามีโอกาสและความพร้อมลองพาตัวเองไปอยู่ที่แบบนี้ แล้วชีวิตคุณจะมีพลังและจัดการได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอน

และถ้าคุณกำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของวัน พร้อมคอนเซปต์ 24Hrs Healthy Living Space ขอแนะนำให้รู้จักกับโครงการ Niche MONO Ramkhamhaeng คอนโนมิเนียมใหม่ ติด MRT หัวหมาก

ที่ที่จะทำให้ชีวิตได้เฮลตี้ทั้งในแง่ของความเป็นเมือง ชุมชน และระดับส่วนตัว ด้วยปัจจัยที่ครบครันในการขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้า จะหากิจกรรมทำก็มีให้เลือกมากมายให้คุณสุขภาพดีทั้งกายและใจ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน ออกกำลังกาย ไปจนถึงการเสพสุนทรียะ และพัฒนาตนเอง เอื้อให้คุณได้สร้างพฤติกรรมชีวิตในแบบที่ต้องการ

กับพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 6.5 ไร่ ใหญ่ที่สุดในย่านรามคำแหง โดดเด่นด้วยการแบ่งพื้นที่ส่วนกลางออกเป็นโซนตาม Heart Rate Zone ไล่ตั้งแต่ระดับ Warm Up, Fat Burn, Cardio ไปจนถึง Hard Training มี Sport Village ที่เปิด 24 ชั่วโมง มีสระว่ายน้ำ 3 สระ 3 สไตล์ (Energy, Chill, Relax) มีสวนสีเขียวขนาดใหญ่ต่อเนื่องทั้งโครงการ พร้อม Jogging Track และวิวเมือง 270 องศา ให้คุณ Cool Down ไปกับ Sky Social Lounge บนชั้นดาดฟ้า นอกจากนี้ด้านหน้ายังมี Mini Mall ประกอบด้วย ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และซูเปอร์มาร์เก็ต ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบครบวงจร

Pool Lounge & Co Kitchen

Pilates Studio

Fitness Village 650 sq.m.

Boxing Studio

เปิดจอง 1-7 พฤศจิกายนนี้ ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ

1 ห้องนอน 28 ตร.ม. เริ่ม 1.99 ล้าน

ลงทะเบียน รับส่วนลดและอ่านรายละเอียด โครงการได้ที่ : https://www.knightfrank.co.th/th/residential-property/new-projects/niche-mono-ramkhamhaeng