อีอีซีดึงเจิ้งโจว MOU ร่วมพัฒนาเมืองการบิน 2 แสนล.

อีอีซีดึงเขตเศรษฐกิจอากาศ ยานนครเจิ้งโจว เป็นต้นแบบ ร่วมพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่า 2 แสนล้าน ลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ 29 สิงหาคมนี้ ทั้งการวางแผนพัฒนาพื้นที่ในและนอกสนามบิน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการบิน พร้อมหลักสูตรอบรมบุคลากรการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี

นโยบายการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี 1 ใน โครงการที่สำคัญ เป็นเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกมูลค่าลงทุนราว 2 แสนล้านบาท ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอของภาคเอกชนที่คาดว่าจะคัดเลือกผู้ชนะประมูลได้ในเดือนกันยายน 2562 นี้ และพัฒนาให้แล้วเสร็จเปิดใช้บริการได้ในปี2566 ซึ่งการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออก ได้มีการศึกษาต้นแบบของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจอากาศยานนครเจิ้งโจวของจีน ในการเชื่อมต่อการขนส่งทางอากาศเข้ากับการขนส่งรูปแบบอื่น และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาพื้นที่โดยรอบสนามบินอู่ตะเภาให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2562 ได้เห็นชอบอนุมัติร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU)ด้านความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.) กับรัฐบาลมณฑลเหอหนาน และคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษอากาศยานเจิ้งโจว ตามที่สกพอ.เสนอ ซึ่งแต่เดิมมีกำหนดจัดให้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับระหว่าง สกพอ.กับรัฐบาล มณฑลเหอหนาน และ Zhengzhou Airport Economy Zone : ZAEZ ช่วงวันที่ 8-11 เมษายน 2562 ณ เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน แต่เนื่องจากอยู่ช่วงรอยต่อของการจัดตั้งรัฐบาล ใหม่ จึงได้มีการเลื่อนลงนามไปก่อน

Advertisement
คอนโดสุขุมวิท, The Crest 34
คอนโดสุขุมวิท, The Crest 34
คอนโดสุขุมวิท, The Crest 34

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ จะมีพิธีลงนามเอ็มโอยูดังกล่าว มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยมีเนื้อหาของร่างบันทึกความเข้าใจระหว่าง สกพอ. กับรัฐบาลมณฑลเหอหนาน จะประกอบด้วยการสนับสนุนการพัฒนาโครงการศูนย์การบินคู่ขนาน(Aviation Dual Hub Project) ระหว่างจีนตอนกลางและภูมิภาคอาเซียน เสริมสร้างความร่วมมือในการวางแผนพัฒนาพื้นที่สนามบิน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการบิน เช่น โลจิสติกส์การบิน การซ่อมบำรุงอากาศยาน หลักสูตรอบรมบุคลากรการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี เป็นต้นตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันภายใต้กรอบข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative)

ขณะที่อีกฉบับเป็นบันทึกความเข้าใจฯ ระหว่าง สกพอ. กับ ZAEZ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลและประสานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจอากาศ ยานนครเจิ้งโจว มีสถานะเทียบเท่าเมือง ภายใต้รัฐบาลมณฑลเหอหนาน มีพื้นที่รับผิดชอบในการกํากับดูแล 415 ตารางกิโลเมตร มีท่าอากาศยานนานาชาติเจิ้งโจวซินเจิ้ง หรือ CGO เป็นศูนย์กลางการพัฒนา ว่าด้วยความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลการวาง แผนและการบริหารจัดการมหานครการบินระหว่างกัน โดยจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความร่วมมือในกิจกรรมการพัฒนาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เที่ยวบินการค้า และการลงทุน โดยเอ็มโอยู ทั้ง 2 ฉบับจะเป็นการต่อยอดความร่วมมือบนพื้นฐานของบันทึก ความเข้าใจฯระหว่าง สกพอ. กับกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้ลงนามร่วมกันใน ช่วงการประชุมคณะกรรมการร่วมว่าด้วยการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 6 เมื่อ วันที่ 24 สิงหาคม 2561 ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งได้กำหนดแนวทางความร่วมมือในสาขาต่างๆ รวมถึงการคมนาคมและการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย

อีกทั้งจะทำให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศไทยในการพัฒนามหานครการบินอุตสาหกรรมอากาศยานและการบิน รวมถึงอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : https://www.thansettakij.com