‘ไฮสปีดไทย-จีน’ฉลุย พ.ย.นี้ลงนาม ‘หลี่ เค่อเฉียง’ ‘วางราง-หาขบวนรถ’

ไฮสปีดไทย-จีนฉลุย

ไฮสปีดไทย-จีน ฉลุย “ศักดิ์สยาม” นำทีม เซ็นสัญญาฉบับที่ 2.3 ระบบอาณัติสัญญาณ-ราง-จัดหาขบวนรถ-อบรมบุคลากร กับนายกรัฐมนตรีจีน “หลี่ เค่อเฉียง” ในงานยอดผู้นำอาเซียน พ.ย.62 นี้

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง หรือคุ้นหูในชื่อ “รถไฟไทย-จีน” ถือเป็นความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐหรือแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างไทยกับจีน โดยโครงการดังกล่าวจะเชื่อมต่อเส้นทางจากกรุงเทพฯไปยังหนองคาย ซึ่งผู้โดยสารสามารถข้ามชายแดนจากหนองคายเข้าสู่ สปป.ลาว และขึ้นรถไฟต่อจากนครหลวงเวียงจันทน์ผ่านเข้าทางตอนเหนือของ สปป.ลาว มุ่งหน้าสู่เมืองคุนหมิง ประเทศจีนบริเวณตอนใต้ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวยังมีความสำคัญในแง่ของความสัมพันธ์ภายใต้ความริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ – นครราชสีมา) จะใช้งบประมาณ 1.79 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่ารื้อย้าย 1.3 หมื่นล้านบาท ค่าก่อสร้างงานโยธา 1.22 แสนล้านบาท งานระบบไฟฟ้า 3.4 หมื่นล้านบาท ค่าจัดหาตู้รถไฟ 4.4 พันล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษา 5.1 พันล้านบาท โดยงานก่อสร้างนั้นแบ่งย่อยออกเป็น 14 สัญญา วงเงิน 1.2 แสนล้านบาท ล่าสุดมีความคืบหน้าไปมาก และช่วงที่ 2 นครราชสีมา-หนองคาย ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร ได้รับอนุมัติจากครม.ให้ดำเนินโครงการต่อเนื่อง

แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การเจรจาร่างสัญญาโครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน ฉบับที่ 2.3 งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งจัดหาขบวนรถไฟและฝึกอบรมบุคลากร วงเงิน 50,600 ล้านบาท มีความคืบหน้าเป็นระยะ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายสามารถแก้ปัญหาข้อติดขัดที่ผ่านมาจำนวน 11-12 ประเด็นได้แล้ว โดยลำดับต่อไป ทางฝ่ายจีนจะไปหารือกับทางคณะทำงาน ขณะที่ฝั่งไทยนั้นก็ต้องนำข้อสรุปไปหารือต่อเช่นกันกับทางอัยการสูงสุด

ทั้งนี้เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันด้วยข้อสรุปดังกล่าว ขั้นตอนต่อไปจะต้องนำร่างสัญญามาตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง จากนั้นฝ่ายไทยต้องเสนอร่างสัญญาให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบและลงนามสัญญาต่อไป ซึ่งทาง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายไทย ตั้งเป้าจะลงนามสัญญาฉบับที่ 2.3 ในระหว่างที่นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน เดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ในเดือน พฤศจิกายน 2562 นี้

Advertisement
คอนโดสุขุมวิท, The Crest 34
คอนโดสุขุมวิท, The Crest 34
คอนโดสุขุมวิท, The Crest 34

สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน สัญญาฉบับ 2.3 มีอายุสัญญาประมาณ 3-4 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเปิดให้บริการในปี 2566 โดยเบื้องต้นดำเนินงานเป็น 3 ส่วนตามการส่งหนังสือให้เริ่มงาน (NTP) ได้แก่ NTP ฉบับที่ 1 งานออกแบบระบบและขบวนรถ NTP ฉบับที่ 2 งานก่อสร้างและติดตั้งระบอาณัติสัญญาณ รวมถึงผลิตขบวนรถ และ NTP ฉบับที่ 3 งานฝึกอบรม ซึ่งทั้งนี้ ฝ่ายจีนจะต้องทำงานใน NTP ฉบับที่ 1 ให้แล้วเสร็จก่อน ฝ่ายไทยจึงเริ่มออก NTP ฉบับที่ 2 ได้

ด้านการประมูลโยธาที่เหลืออีก 2 สัญญา ได้แก่ สัญญา 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อยและสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง ทางคณะทำงานจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 นี้ โดยพิจารณาผลการประกวดราคาให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ ในส่วนของการเวนคืนนั้น ขณะนี้ รฟท.ได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนดำเนินการเวนคืนที่ดินและจัดกรรมสิทธิ์ต่อไป ทั้งนี้สำหรับโครงการรถไฟไทย-จีน เฟสที่ 2 (ช่วงนครราชสีมา- หนองคาย) ขณะนี้การรถไฟฯ อยู่ระหว่างดำเนินการจ้างที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดงานโยธา คาดว่าการประมูลทั้งหมดจะแล้วเสร็จในปีนี้ และสามารถเปิดใช้เส้นทางเฟสแรกได้ภายในปี 2566 

ที่มา : https://www.thansettakij.com/content/410232

rhythm สุขุมวิท 50
rhythm สุขุมวิท 50