“บาทแข็งโป๊ก!!” คนไทยแห่ช้อปอสังหาอังกฤษปิดดีลพันล.

“ไนท์แฟรงค์” เผยบาทแข็งแต้มต่อทุนไทยแห่ซื้ออสังหาฯเมืองนอก ปักหมุดปิดดีลอังกฤษ ปี 62 จำนวน 18 ดีล มูลค่ากว่า 1.1 พันล้านบาท คาดเบร็กซิทไม่กระทบอสังหาฯลอนดดอน เหตุดีมานด์สูงกว่าซัพพลาย

นายคริสโตเฟอร์ โจนส์ แอซโซซิเอทส์ (Associate) บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศอังกฤษ เปิดเผยสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในประเทศอังกฤษ (สหราชอาณาจักร)ว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่มีสัญญาณการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร (Brexit) พบว่าภาพรวมอสังหาฯในอังกฤษมีราคาลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากนักลงทุน และผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ จึงทำให้ภาพรวมตลาดชะลอตัว

จนกระทั่งในปีนี้ ตลาดอสังหาฯในอังกฤษเริ่มกลับมาฟื้นตัว ทั้งราคาและความต้องการที่ปรับตัวดีขึ้น จากที่เคยต้องลดราคา 20-25 % เพื่อให้ขายได้ โดยปัจจุบันลดราคาประมาณ 10-15% เนื่องจากพบว่าความต้องการ (Demand) อสังหาฯ ในลอนดอนสูงกว่าจำนวนเปิดตัวและเข้าสู่ตลาดประมาณไม่ถึง 40,000 หน่วย (ยูนิต)ต่อปี

ทำให้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เกิดการลงทุนจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เข้าไปซื้ออสังหาฯ และเปิดสำนักงานใหม่ในอังกฤษเพิ่มขึ้น อาทิ สำนักงานกูเกิล ฮัทชิสัน มูลค่าหลักพันล้านปอนด์ รวมถึงกลุ่มคนไทยที่มีสัญญาณเข้าไปลงทุนเพิ่มมากขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นหากเทียบกับเงินปอนด์ ทำให้ราคาอสังหาฯในลอนดอนถูกลงประมาณ 30-40% เมื่อเทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา จึงมีนักลงทุนไทยนิยมเข้าไปซื้อเพื่อปล่อยเช่า และส่วนใหญ่ใช้ที่เป็นพักให้กับผู้เข้าไปศึกษาต่อ

โดยในปี 2562 ตั้งแต่ 1 เม.ย. – 30 ก.ย.2562 พบว่า มีคนไทยเข้าไปซื้ออสังหาฯในอังกฤษทั้งสิ้น 21 ล้านปอนด์ (ราว 820 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่มีมูลค่ากว่า 10ล้านปอนด์ (ราว 390 ล้านบาท)โดยในปี 2562 คาดว่าจะปิดดีลตั้งแต่เม.ย.2562-มี.ค.2563 ประมาณ 18 สัญญาซื้อขาย จำนวน 25 ยูนิต มูลค่ารวม 30-35 ล้านปอนด์ (ราว 1,172 -1,367 ล้านบาท) โดยส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน และที่พักอาศัยส่วนตัว

ด้านนายแฟรงค์ ข่าน กรรมการผู้บริหาร หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ภาพรวมอสังหาฯ ในอังกฤษเชื่อว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการที่แท้จริง เพราะโดยพื้นฐานตลาดยังแข็งแกร่งในด้านความต้องการ ที่มีความต้องการเกิดขึ้นจากนักเรียนที่เข้ามาศึกษาต่อ 100,000 คนต่อปี รวมไปถึงนักลงทุน ที่มีการย้ายเข้ามาตั้งสำนักงานทั้งอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างๆ อีกทั้งยังมีความต้องการภายในประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาครัฐมีมาตรฐานกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ตั้งแต่ปี 2557 โดยการเพิ่มการจัดเก็บภาษีการลงทุนต่างชาติ (Capital gain) และการสนับสนุนให้ผู้ทำงานเพื่อสังคม เช่น พยาบาล ข้าราชการ และมีรายได้น้อยมีบ้านหลังแรกด้วยดอกเบี้ยต่ำ

ที่มา : bangkokbiznews.com