ลุ้นบอร์ดบีโอไอนัดสุดท้าย หนุนEEC-เสริมแกร่งSMEs

ชงบอร์ดบีโอไอโค้งสุดท้ายต่ออายุมาตรการส่งเสริม EEC กับ SMEs หวังดึงนักลงทุนต่อเนื่อง มั่นใจแพ็กเกจไทยแลนด์พลัสดูด 100 บริษัทย้ายฐานเข้าไทย ย้ำภาพปีཻ เตรียมตั้ง Customer Service Unit อัดแผนโรดโชว์เชิงรุก

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า BOI เตรียมเสนอคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนในเดือนธันวาคมนี้พิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับ SMEs ซึ่งทั้ง 2 มาตรการจะหมดอายุการส่งเสริมลงในสิ้นปีนี้ แต่ยังคงมีความจำเป็นต่อการตัดสินใจของนักลงทุนอยู่ พร้อมกันนี้จะเสนอให้ปรับเงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนใหม่ให้สอดรับกับสถานการณ์ในปี 2563 มากขึ้น

“BOI จะคงสิทธิประโยชน์ส่วนที่ยังเหมาะสมไว้ เช่น มาตรการ SMEs ที่ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นสัดส่วน 200% ของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ประเภทกิจการในกลุ่ม A ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร บวกการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดถึง 8 ปี (ไม่แคปวงเงิน) หากเป็นกิจการวิจัยและพัฒนาและยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามคุณค่าโครงการได้อีกด้วย และจะจัดเร่งประชาสัมพันธ์ให้ SMEs ภูมิภาคที่มีการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเข้าถึงสิทธิมากขึ้น”

ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย. 2562) มี SMEs ขอรับการส่งเสริม 419 โครงการ มูลค่า 16,652 ล้านบาท จากปี 2561 ที่ขอรับการส่งเสริม 485 โครงการ มูลค่า 23,089 ล้านบาท และกว่า 80% ได้รับการอนุมัติให้การส่งเสริมและออกบัตรส่งเสริมในสัดส่วนสูงถึง 90% ที่ได้ลงทุนจริง

“จะเห็นจำนวนกิจการดิจิทัลเข้ามาขอรับการส่งเสริมมากขึ้น แต่มูลค่าน้อยเพราะกิจการเหล่านี้ใช้เงินลงทุนน้อยและทำงานที่ไหนก็ได้ พื้นที่เป้าหมายส่วนใหญ่ยังเป็นเชียงใหม่ และภูเก็ต แนวโน้มการลงทุนของ SMEs ดิจิทัล การเกษตรที่มีการทำวิจัยพัฒนาสินค้า ทำให้ BOI ต้องต่ออายุมาตรการต่อไป”

Advertisement
คอนโดสุขุมวิท, The Crest 34
คอนโดสุขุมวิท, The Crest 34
คอนโดสุขุมวิท, The Crest 34

นางดวงใจกล่าวว่า บีโอไอจะไม่ต่ออายุมาตรการปีแห่งการลงทุน 2562 ที่จะหมดอายุลงในปีนี้ ด้วยเหตุที่ได้ออกมาตรการ Thailand Plus Package เข้ามารองรับแล้ว บวกกับผลการโรดโชว์ที่รองนายกรัฐมนตรี (สมคิด จาตุศรีพิทักษ์)และทีม BOI ดำเนินการ จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนตามเป้าหมายที่วางไว้ 750,000 ล้านบาทโดยช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มียอดขอรับส่งเสริม 1,165 โครงการ มูลค่า 314,130 ล้านบาท

“มาตรการใหม่ บวกสถานการณ์ trade war ยังคงเป็นตัวเร่งให้เกิดการตัดสินใจลงทุนเร็วขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มใน list 100 บริษัทที่เป็นเป้าหมายที่เรารวบรวมจากสำนักงานต่างประเทศ ซึ่งยังคงอยู่ระหว่างการตัดสินใจ แม้จะบอกเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่ก็มีทั้งที่ลงทุนอยู่แล้ว-เตรียมขยายและเข้ามาลงทุนใหม่ ที่ผ่านยังพบว่ารูปแบบการลงทุนใช้วิธีการเช่าโรงงานมากกว่าลงทุนใหม่”

สำหรับแผนการดึงดูดการลงทุนในปี 2563 BOI ประเมินว่า การแข่งขันดึงดูดการลงทุนจะมีแต่เพิ่มมากขึ้น ไม่มีน้อยลง โดยภาวะเศรษฐกิจโลกจะเป็นตัวกำหนด demand และในแง่ความสามารถการแข่งขันของไทย เช่น การปรับ ecosystem ก็เพื่อรองรับการลงทุน “ไทยเองยังเป็นประเทศที่น่าลงทุนอยู่ และมีอีกหลายอย่างที่ไทยยังทำได้ดีขึ้น” เป้าหมายจึงมุ่งไปว่าไทยจะทำอย่างไรที่จะสามารถปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มเข้าสู่ระบบอัตโนมัติเพิ่มขึ้น เป็นภาพสะท้อนว่าอุตสาหกรรมไทยกำลังปรับตัว

“ปี 2563 จะยังเป็นปีแห่งการลงทุนหรือปีทองหรือไม่คงต้องดูว่าการเป็นปีทอง แต่เราไม่ทำอะไรเลย มันก็ไม่ใช่ปีทอง เราต้องมีทั้งรุกและรับ ต้องโรดโชว์มากขึ้น ปรับบทบาทบริการเชิงรุกอำนวยความสะดวกให้นักลงทุน”

ล่าสุด BOI เตรียมตั้งหน่วยงานใหม่ Customer Service Unit (CSU) เพื่อเป็นช่องทางบริการนักลงทุนให้ทราบถึงมาตรการ BOI มีบริการให้คำปรึกษา และอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ โดยระหว่างนี้อยู่ระหว่างลงทุนด้านฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ และจัดหาเจ้าหน้าที่ คาดว่าจะเสร็จภายในกลางปี 2563

ที่มา : www.prachachat.net

(Photo by Ethan Miller/Getty Images)

rhythm สุขุมวิท 50
rhythm สุขุมวิท 50