นายกอสังหาฯ ภูเก็ตชี้ลงทุนเริ่มฟื้นตัวหลังกลางปี 64 ตลาดจีนน่าจับตา ตลาดคนไทยกำลังซื้อยังไม่มี ต้องรอต่างชาติเข้ามาเที่ยว

88

ศูนย์ข่าวภูเก็ต – นายกสมาคมอสังหาฯ ภูเก็ตชี้แนวโน้มการลงทุนอสังหาฯ ภูเก็ต เริ่มฟื้นและเปิดตัวโครงการใหม่ๆ หลังกลางปี 64 ตลาดจีนน่าจับตามอง เริ่มมีการส่งสัญญาณจากนักลงทุน เอเยนต์ถึงความต้องการลงทุนอสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัยเป็นบ้านหลังที่ 2 แล้ว ส่วนตลาดคนไทยยังต้องรอให้ต่างชาติมาเที่ยวถึงจะมีกำลังซื้อ

นายพัทธนันท์ พิสุทธิ์วิมล นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต เปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตในปีหน้า ปี 2564 ว่า สถานการณ์การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปีหน้า สถานการณ์ไม่น่าจะแตกต่างจากช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2563 นี้ที่อยู่ในภาวะชะลอตัวไม่มีการลงทุนใหม่เกิดขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากมองว่าในช่วงต้นปีหน้าภาวะเศรษฐกิจของภูเก็ตยังไม่กระเตื้องจากที่ภูเก็ตยังไม่มีรายได้จากการท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยังไม่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ เมื่อเศรษฐกิจไม่กระเตื้องจะส่งผลกระทบมายังภาคธุรกิจอสังหาฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้านั้นจะอยู่ในช่วงที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ เตรียมความพร้อมในการที่จะเปิดการลงทุนใหม่หลังจากที่ได้ชะลอการลงทุนออกไปตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564 เศรษฐกิจของภูเก็ตจะเริ่มดีขึ้น ผู้ประกอบการน่าจะเริ่มการลงทุนเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ซึ่งการลงทุนด้านอสังหาๆ นั้น ผู้ประกอบการจะต้องใช้เวลาในการเตรียมการประมาณ 3-5 เดือน จึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมการไว้ตั้งแต่ไตรมาสแรกและไตรมาส 2 ของปีหน้า

เราจะเห็นว่าในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2564 นี้ ผู้ประกอบการอสังหาฯ ภูเก็ตจะมีการขยับตัวในการลงทุนกันมากขึ้น และโดยเฉพาะในไตรมาส 4 ของปี 2564 ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2565 จะมีโครงการพัฒนาอสังหาฯ ในภูเก็ตเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในหลายๆ โครงการ” นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวและว่า

โดยเฉพาะโครงการที่ลงทุนเพื่อขายให้แก่ชาวต่างชาติที่เป็นในส่วนของตลาดลูกค้ากลุ่มประเทศจีน จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนและคาดว่าน่าที่จะเกิดขึ้นมากกว่าก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะขณะนี้มีสัญณาณจากหลายทางว่าคนจีนมีความต้องการที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยและภูเก็ตเพื่ออยู่อาศัยเป็นบ้านหลังที่ 2 มากกว่าที่จะซื้อเพื่อการลงทุนเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากคนจีนมองว่าหากเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อต่างๆ อย่างเช่น ไวรัสโควิด-19 ประเทศไทยรวมถึงภูเก็ตเป็นเมืองที่ปลอดภัย น่าอยู่ และระบบสาธารณสุขดีมาก ประชาชนตื่นตัวให้ความร่วมมือในการป้องกันการแพร่ระบาดเป็นอย่างดี น่าที่จะปลอดภัยและน่าอยู่กว่าประเทศของตัวเองที่ต้องอยู่แต่ในห้องแคบๆ ไม่สามารถออกไปไหนได้ และในสถานการณ์ปกติคนจีนชื่นชอบที่จะมาพักผ่อนที่ภูเก็ต รวมถึงลงทุนในอสังหาฯ ที่ภูเก็ตอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว จึงน่าที่จะทำให้ในส่วนของตลาดคนจีนนั้นจะกลับมาภูเก็ตหลังกลางปี 2564 อย่างแน่นอน

Advertisement

“ตอนนี้เริ่มมีการเคลื่อนไหวจากนักลงทุนจีนและเอเยนต์จากจีนถึงความสนใจที่จะเริ่มเข้ามาลงทุนด้านอสังหาฯ ในภูเก็ตกันแล้ว โดยเฉพาะนักลงทุนด้านอสังหาฯ ที่ทำด้านเฮลท์แคร์ และที่มีสมาชิกเป็นจำนวนมากสนใจที่จะมาลงทุนอสังหาฯ ที่ภูเก็ตและนำสมาชิกเข้ามาพักผ่อน” นายพัทธนันท์ กล่าวและเผยต่อว่า

สำหรับอสังหาฯ ที่จะลงทุนเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าคนจีนนั้น การลงทุนแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมยังเป็นที่ต้องการของลูกค้าคนจีน ด้วยในเรื่องของราคาที่ดินในภูเก็ตที่สูงและในเรื่องของการถือครองที่คนต่างชาติสามารถถือครองอาคารชุดได้ถึง 49% ของอาคารชุดนั้นๆ แต่เทรนด์ที่กำลังมาแรงสำหรับตลาดจีนในปัจจุบันนี้จะเป็นพูลวิลล่า ซึ่งขณะนี้มีกฎหมายที่บังคับใช้แล้วให้คนต่างชาติที่เช่าอสังหาฯ ระยะเวลา 30 ปี สามารถนำโฉนดดังกล่าวไปเป็นหลักทรัพย์ในการค้ำประกันที่น่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งกฎหมายดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อธุรกิจอสังหาฯ ที่จะทำให้นักลงทุนทำสัญญาเช่า 30 ปีมากขึ้น

ส่วนตลาดคนไทยนั้น นายพัทธนันท์ กล่าวว่า น่าจะฟื้นตัวช้ากว่าตลาดต่างชาติในกลุ่มคนจีน เนื่องจากกำลังซื้อของตลาดคนไทยยังไม่กลับมาในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน เนื่องจากขณะนี้คนภูเก็ตที่เป็นกลุ่มคนทำงานด้านการท่องเที่ยวรายได้ยังไม่กลับมา จากที่ท่องเที่ยวภูเก็ตยังไม่ฟื้นตัว แม้ว่าจะมีคนไทยเข้ามาท่องเที่ยวบ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวและสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มคนทำงานมากพอที่จะตัดสินในซื้อบ้าน หรือคอนโดฯ เพื่ออยู่อาศัยได้ ซึ่งคาดว่าในส่วนของตลาดคนไทยนั้นน่าจะกลับมาประมาณปี 2565 ไปแล้ว ซึ่งตอนนั้นคิดว่าการท่องเที่ยวของภูเก็ตน่าที่จะดีขึ้น และมีคนต่างชาติเริ่มเข้ามาท่องเที่ยวแล้ว

นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวต่อว่า ธุรกิจอสังหาฯ ภูเก็ต ทั้งในส่วนของตลาดคนไทยและต่างชาติจะกลับมาบูมได้อีกครั้งน่าจะหลังปี 2565 ไปแล้ว ซึ่งน่าที่จะเป็นช่วงที่ภาคการท่องเที่ยวก็กลับมาฟื้นตัว ภาคอสังหาฯ ก็จะฟื้นตัวตาม รวมไปถึงนักลงทุนต่างชาติก็จะมั่นใจในการเข้ามาลงทุนมากขึ้น และมั่นใจว่าหากมีการเปิดให้มีการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันได้ เศรษฐกิจของภูเก็ตจะกลับมาฟื้นตัวได้ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งในส่วนของอสังหาริมทรัยพ์ที่มีการลงทุนปีละประมาณ 20,000 ล้านบาท ปีหน้า 2564 น่าที่จะมีมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง และการลงทุนน่าที่จะเป็นโครงการขนาดเล็กลง และเชื่อว่าจะเป็นการร่วมลงทุนระหว่างนักลงทุนไทย นักลงทุนท้องถิ่นในภูเก็ตกับต่างชาติมากขึ้นเพื่อเจาะตลาดต่างชาติ ทั้งจีน และรัสเซีย ส่วนตลาดยุโรปนั้นคงต้องรอไปอีกสักระยะหนึ่งจนกว่าการแพร่ระบาดจะคลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว

ที่มา : mgronline.com

Advertisement
นิช โมโน แจ้งวัฒนะ
นิช โมโน แจ้งวัฒนะ
นิช โมโน แจ้งวัฒนะ